มูรินโญ่ดวลซิเมโอเน่ในดาร์บี้มาดริดอีกครั้ง
เกมดาร์บี้แห่งกรุงมาดริดกำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อโชเซ่ มูรินโญ่ และดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เตรียมกลับมาเผชิญหน้ากันบนเส้นข้างสนาม หลังจากไม่ได้ดวลกึ๋นกันมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นที่สนามเมโตรโปลิตาโน่ ในเกมที่แอตเลติโก มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของเรอัล มาดริด
สำหรับแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลสเปนมาอย่างยาวนาน นี่ไม่ใช่เพียงเกมลีกธรรมดา แต่เป็นการกลับมาของหนึ่งในคู่ปรับทางแท็กติกที่มีเรื่องราวเข้มข้นที่สุดในยุโรป มูรินโญ่ขึ้นชื่อเรื่องการวางแผนที่รัดกุมและการกระตุ้นนักเตะในเกมใหญ่ ขณะที่ซิเมโอเน่สร้างแอตเลติโกให้เป็นทีมที่มีวินัย แข็งแกร่ง และเล่นด้วยพลังใจเต็มร้อย
มูรินโญ่ดวลซิเมโอเน่ในดาร์บี้มาดริดอีกครั้ง
ทั้งสองคนเคยพบกันในฐานะกุนซือมาแล้วหลายครั้ง โดยมูรินโญ่มีสถิติชนะสามเกมและเสมอหนึ่งเกมจากการเผชิญหน้ากันหกนัดที่ผ่านมา หนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อแอตเลติโกเอาชนะเชลซีของมูรินโญ่ในรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2014 ส่วนก่อนหน้านั้น ซิเมโอเน่เคยพาทีมตราหมีเปิดบ้านพบเรอัล มาดริดของมูรินโญ่ และเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 1-4
มูรินโญ่ยอมรับว่าดาร์บี้มีความพิเศษมากกว่านัดทั่วไป เพราะเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความหลงใหลของแฟนบอล อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวโปรตุเกสยังย้ำว่าท้ายที่สุดแล้วสามคะแนนคือสิ่งสำคัญที่สุด เรอัล มาดริดจำเป็นต้องเก็บแต้มเพื่อไล่จี้ทีมกลุ่มหัวตาราง โดยก่อนเกมพวกเขามี 15 คะแนนจากหกนัด ขณะที่แอตเลติโกมี 13 คะแนน
มูรินโญ่ดวลซิเมโอเน่ในดาร์บี้มาดริดอีกครั้ง กับบททดสอบเกมรับ
เรอัล มาดริดเดินทางมาเล่นเกมนี้ด้วยความมั่นใจจากชัยชนะเหนือเอลเช่ 3-2 แม้เกมดังกล่าวจะมีช่วงเวลาที่น่ากังวล เพราะพวกเขานำก่อน 2-0 แต่ถูกตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นทั้งจุดอ่อนและความแข็งแกร่งของทีม มูรินโญ่ยังต้องปรับปรุงการควบคุมจังหวะการแข่งขัน แต่ลูกทีมก็แสดงให้เห็นว่าสามารถสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย
กุนซือเรอัล มาดริดมองว่าฤดูกาลเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่เส้นทางที่ราบรื่นตลอดเวลา ทีมย่อมต้องเจออุปสรรค แต่สิ่งสำคัญคือการผ่านช่วงเวลายากลำบากไปให้ได้ แนวคิดดังกล่าวน่าจะถูกนำมาใช้ในเกมดาร์บี้ ซึ่งความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที
ด้านแอตเลติโก มาดริดเพิ่งฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ต่อแอธเลติก บิลเบาและลิเวอร์พูล ด้วยการคว้าชัยเหนือเรอัล โซเซียดาด 3-0 และโอซาซูน่า 4-0 ผลงานสองนัดล่าสุดช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมของซิเมโอเน่ แม้เขาจะยอมรับว่าทีมยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว หลังมีนักเตะย้ายออกเจ็ดคนและมีผู้เล่นใหม่เข้ามาห้าคนในช่วงซัมเมอร์
ความได้เปรียบของแอตเลติโกในบ้าน
สถิติในสนามเมโตรโปลิตาโน่ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก เรอัล มาดริดชนะเกมเยือนที่สนามแห่งนี้เพียงสองครั้งจากสิบเอ็ดนัดหลังสุด และชัยชนะในลาลีกาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แอตเลติโกยังเคยเอาชนะเรอัล 5-2 ในดาร์บี้ฤดูกาลก่อน ซึ่งกลายเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของโครงการเดิมภายใต้การคุมทีมของชาบี อลอนโซ่
การกลับมาของมูรินโญ่ทำให้เรอัลมีความเป็นระเบียบและปรับแท็กติกตามสถานการณ์มากขึ้น เขาไม่ได้ยึดติดกับระบบใดระบบหนึ่ง แต่เลือกวางแผนตามคุณภาพและความพร้อมของนักเตะในทีม แนวทางนี้อาจช่วยให้เรอัลรับมือกับแรงกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่นได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องพิสูจน์ว่าจะหยุดเกมสวนกลับของแอตเลติโกได้หรือไม่
ซิเมโอเน่ชี้ว่าอาวุธเด่นของเรอัล มาดริดคือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว เมื่อแย่งบอลได้ พวกเขาสามารถส่งบอลให้คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หรือวินิซิอุส จูเนียร์ใช้ความเร็วโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับได้ทันที ดังนั้นแอตเลติโกต้องระวังการเสียบอลในแดนกลาง และต้องอ่านจังหวะเกมให้ละเอียด
นักเตะที่อาจตัดสินผลการแข่งขัน
เอ็มบัปเป้ยังเป็นจุดสนใจสูงสุดของแนวรุกเรอัล มาดริด ด้วยความเร็ว การจบสกอร์ และความสามารถในการหาพื้นที่ ขณะที่วินิซิอุสสามารถสร้างความแตกต่างด้วยการดวลตัวต่อตัวริมเส้น นอกจากนี้ เรอัลยังมีตัวสำรองที่พร้อมเปลี่ยนเกม โดยเฉพาะคาร์ลอส เอสปี ดาวรุ่งวัย 21 ปี ซึ่งเพิ่งย้ายมาจากเลบันเต้และทำประตูสำคัญได้แล้ว
ฝั่งแอตเลติโกยังต้องติดตามความพร้อมของฮูเลียน อัลวาเรซ ซึ่งพลาดลงเล่นสองนัดก่อนหน้านี้จากปัญหากล้ามเนื้อ ซอร์ลอธก็มีอาการบาดเจ็บเช่นกัน แต่โจนาธาน เดวิด กองหน้าคนใหม่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี หลังทำประตูได้สองเกมติดต่อกัน ซิเมโอเน่ยืนยันว่าอัลวาเรซจะมีส่วนร่วมในเกมนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำให้เจ้าบ้านมีตัวเลือกในแนวรุกมากขึ้น
ดาร์บี้ที่ต้องใช้ความนิ่งและประสบการณ์
ซิเมโอเน่เตือนนักเตะของเขาว่าไม่ควรปล่อยให้บรรยากาศของเกมใหญ่ครอบงำมากเกินไป ผู้เล่นหน้าใหม่อาจรู้สึกกดดันจากเสียงเชียร์และความคาดหวัง แต่ฟุตบอลระดับนี้จำเป็นต้องใช้ความสงบในการตัดสินใจ ทุกจังหวะต้องมีสมาธิ โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งมีนักเตะที่สามารถเปลี่ยนโอกาสเพียงเล็กน้อยให้กลายเป็นประตูได้
แม้การแข่งขันระหว่างมูรินโญ่กับซิเมโอเน่จะเต็มไปด้วยความเข้มข้น แต่ทั้งคู่ยังมีความเคารพต่อกัน ซิเมโอเน่เคยกล่าวว่าเขาชื่นชมมูรินโญ่มาเป็นเวลานาน ส่วนมูรินโญ่ก็พร้อมพูดถึงคู่แข่งในแง่ดี เมื่อได้รับเชิญให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับซิเมโอเน่ในสารคดี ความสัมพันธ์เช่นนี้ทำให้เกมมีมิติที่น่าสนใจมากกว่าการปะทะกันทางแท็กติก
โดยภาพรวม มูรินโญ่ดวลซิเมโอเน่ในดาร์บี้มาดริดอีกครั้ง จะเป็นบททดสอบทั้งด้านแท็กติก สภาพจิตใจ และความเด็ดขาดของนักเตะ เรอัลต้องหาทางรับมือเกมสวนกลับ ขณะที่แอตเลติโกต้องปิดพื้นที่ไม่ให้เอ็มบัปเป้กับวินิซิอุสทำงานได้ง่าย ความเห็นส่วนตัวคือเกมนี้มีโอกาสออกมาสูสีและตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ แฟนบอลไม่ควรพลาด เพราะนี่คือดาร์บี้ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ความแค้น และคุณภาพฟุตบอลเอาไว้ในเกมเดียว
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



