รมว.กลาโหมร้อง ตร.ไซเบอร์ เอาผิดเพจบิดเบือนปมกัมพูชา
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อล่าสุดทางกระทรวงกลาโหมได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ เพื่อเอาผิดกับเพจเฟซบุ๊กที่นำเสนอข้อมูลบิดเบือน ซึ่งถือเป็น รมว.กลาโหมร้อง ตร.ไซเบอร์ เอาผิดเพจบิดเบือนปมกัมพูชา ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่เพจสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้โพสต์เนื้อหาที่กล่าวอ้างว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีส่วนได้เสียกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา จนเป็นเหตุให้ไม่มีการตัดความสัมพันธ์ในประเด็นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือว่าไม่เป็นความจริงและสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง
รายละเอียดการดำเนินการทางกฎหมายและผลกระทบที่เกิดขึ้น
สำหรับการเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ในครั้งนี้ นายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ ในฐานะตัวแทนฝ่ายกฎหมาย ได้รวบรวมหลักฐานสำคัญทั้งในส่วนของคลิปวิดีโอและข้อความที่เป็นเท็จมามอบให้เจ้าหน้าที่ เพื่อให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีการกระทำที่เข้าข่ายการนำเข้าข้อมูลเท็จที่สร้างความตื่นตระหนกและทำลายความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์ของประเทศและองค์กรของรัฐ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโพสต์เจ้าปัญหาดังกล่าวมีผู้เข้าชมสูงถึง 300,000 ครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิรัฐมนตรีแล้วกว่า 5,700 ความคิดเห็น ซึ่งเหตุการณ์การที่ รมว.กลาโหมร้อง ตร.ไซเบอร์ เอาผิดเพจบิดเบือนปมกัมพูชา นั้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบุคคล แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความสำคัญสูงสุดในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลจริงหรือบัญชีอวตาร
- ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ เช่น ศูนย์ JIC
- ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนกดแชร์ทุกครั้ง
- ระวังการตกเป็นเครื่องมือของสงครามไซเบอร์
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนไปถึงประชาชนว่า การกดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนนั้น อาจทำให้ท่านมีความผิดทางกฎหมายและมีโทษจำคุกได้ การกระทำที่ รมว.กลาโหมร้อง ตร.ไซเบอร์ เอาผิดเพจบิดเบือนปมกัมพูชา ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียว่า เราควรมีสติและพิจารณาแหล่งที่มาของข่าวสารให้ดีก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อ เพราะในปัจจุบันสงครามข้อมูลข่าวสารหรือสงครามไซเบอร์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสามารถส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี
ในมุมมองของผู้เขียน เราควรสนับสนุนการจัดการกับข่าวปลอมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและความจริง ไม่ใช่มุ่งเน้นการสร้างความแตกแยกหรือบิดเบือนข้อมูลเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่เป็นธรรมต่อสังคมครับ
ที่มา – รมว.กลาโหม ส่งตัวแทนร้อง ตร.ไซเบอร์ เอาผิดเพจบิดเบือน ปมอ้างมีส่วนได้เสียกับ “กัมพูชา”





