เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคดีสะเทือนขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปิดคดี รวบชายฆ่าหั่นศพเพื่อน แยกทิ้งในป่ายูคาฯ อ้างมีปากเสียงในวงเหล้า ก่อนบันดาลโทสะ ได้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
รวบชายฆ่าหั่นศพเพื่อน แยกทิ้งในป่ายูคาฯ อ้างมีปากเสียงในวงเหล้า ก่อนบันดาลโทสะ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านที่เข้าไปหาเห็ดในป่ายูคาลิปตัสนั้น ได้ไปพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์เข้าโดยบังเอิญ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แปลงยาว ให้เข้าตรวจสอบ จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายรณกฤต อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ลงมือกระทำการอันโหดเหี้ยมในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้หลังเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นาน
เบื้องหลังชนวนเหตุความรุนแรง
จากการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าได้ลงมือทำร้ายนายบุญเลิศ เพื่อนสนิทวัย 51 ปี จนเสียชีวิต เนื่องมาจาก รวบชายฆ่าหั่นศพเพื่อน แยกทิ้งในป่ายูคาฯ อ้างมีปากเสียงในวงเหล้า ก่อนบันดาลโทสะ ในระหว่างที่ดื่มสุรากันอยู่ภายในบ้านพัก จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงและขาดสติยั้งคิด จึงตัดสินใจก่อเหตุสลดดังกล่าว
- ผู้ต้องหา: นายรณกฤต อายุ 41 ปี
- ผู้เสียชีวิต: นายบุญเลิศ อายุ 51 ปี
- สถานที่เกิดเหตุ: บ้านพักของผู้ก่อเหตุ และบริเวณป่ายูคาลิปตัส จ.ฉะเชิงเทรา
ความน่าสลดใจของคดี รวบชายฆ่าหั่นศพเพื่อน แยกทิ้งในป่ายูคาฯ อ้างมีปากเสียงในวงเหล้า ก่อนบันดาลโทสะ นี้คือการใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาในขณะที่มึนเมา ซึ่งมักจะลงเอยด้วยความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้เสมอ การจัดการอารมณ์และสติในขณะที่ดื่มสุราจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่สังคมต้องตระหนัก
สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง หรือการทะเลาะวิวาทในวงเหล้า เพราะเพียงแค่ช่วงเวลาชั่ววูบแห่งความโกรธแค้น อาจนำพาชีวิตไปสู่คุกตารางหรือจุดจบที่น่าสยดสยองได้ เราหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับความยุติธรรม
ที่มา – รวบชายฆ่าหั่นศพเพื่อน แยกทิ้งในป่ายูคาฯ อ้างมีปากเสียงในวงเหล้า ก่อนบันดาลโทสะ



