เรื่องราวสุดระทึกเกิดขึ้นที่ด่านพรมแดนเบตง เมื่อเจ้าหน้าที่ ตชด. และ อส. ร่วมกันจับกุมหนุ่มวัย 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 9 เม็ด หลังสืบทราบว่ามีการนัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง งานนี้คนขายไหวตัวทัน ชิ่งหนีไปได้หวุดหวิด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริเวณหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยว ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ร.ต.ท.ประดิษฐ์ คงสนิด หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4405 พร้อมกำลังพลจาก ตชด.445, อส.อำเภอเบตง, ชุดประสานงานชายแดน, ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเบตง ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกด่านพรมแดนเบตง
ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นนายซึคกรี อายุ 23 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าป้อม จากนั้นก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาหา นายซึคกรีได้ยื่นเงินให้ชายคนดังกล่าว เมื่อรับเงินแล้วชายคนนั้นก็เดินไปยังลานจอดรถอีกฝั่ง ด้วยความสงสัย เจ้าหน้าที่จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกวิดีโอไว้ ต่อมาชายคนดังกล่าวได้เดินกลับมาพร้อมกับยาบ้า แล้วนำยาบ้ามาใส่ไว้ในตะกร้ารถจักรยานยนต์ของนายซึคกรี
เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงรีบวิ่งออกไปจับกุมนายซึคกรีได้พร้อมของกลาง แต่ชายคนที่นำยาบ้ามาส่งนั้นสามารถวิ่งหลบหนีไปได้
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายซึคกรีให้การรับสารภาพว่า ตนมานัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง จากชายคนที่หลบหนีไป โดยได้จ่ายเงินไป 400 บาท แลกกับยาบ้าจำนวนดังกล่าว นายซึคกรีอ้างว่า เพิ่งเคยซื้อขายยาบ้าบริเวณนี้เป็นครั้งแรก ปกติจะรับส่งยากันภายในหมู่บ้าน แต่เนื่องจากวันนี้ชายคนดังกล่าวขี่รถมาส่งผู้โดยสาร จึงต้องมาซื้อขายยาบ้ากันที่บริเวณด่านพรมแดน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายซึคกรี จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวชายที่หลบหนีมาดำเนินคดีโดยเร็ว
นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเหล่านี้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ
บทสรุปเหตุการณ์นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่คอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยและป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือของประชาชนในการแจ้งเบาะแส ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การนัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะกระทำความผิด ขอให้ตระหนักถึงโทษของการกระทำ และหันหลังให้กับยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน
การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน และส่งเสริมให้ผู้ที่ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา เพื่อคืนคนดีสู่สังคม


