รอง ปธน.สหรัฐฯ รับ ต้องหารือต่อเรื่องเปิดฮอร์มุซแบบไร้ค่าผ่านทาง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเจรจา โดยยอมรับว่ายังคงต้องมีการถกเถียงกันต่อไปในเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบไร้ค่าผ่านทางในระยะยาว แม้ว่าทางสหรัฐฯ จะตั้งธงไว้ชัดเจนว่าต้องการให้ทำได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่สถานการณ์จริงยังคงมีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย
รายละเอียดเจรจาเทคนิคเรื่องการเปิดฮอร์มุซแบบไร้ค่าผ่านทาง
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเดินหมากบนกระดานที่เปราะบาง ฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าการรอง ปธน.สหรัฐฯ รับ ต้องหารือต่อเรื่องเปิดฮอร์มุซแบบไร้ค่าผ่านทางนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านกลับมีมุมมองที่ต่างออกไป โดยย้ำว่าพวกเขาไม่ได้เรียกสิ่งนี้ว่า “ค่าผ่านทาง” แต่เป็นการเก็บ “ค่าธรรมเนียมการบริการ” ต่างๆ เช่น บริการนำร่อง การดูแลสิ่งแวดล้อม และระบบประกันภัยทางเรือ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องหาข้อสรุปให้ได้ผ่านทางการเจรจาทางเทคนิค
ประเด็นที่น่าสนใจจากการหารือในครั้งนี้มีข้อสังเกตสำคัญดังนี้:
- สหรัฐฯ กำลังใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือต่อรอง เพื่อให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์
- อิหร่านยืนยันว่าการเดินเรือต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่พวกเขาต้องดูแล
- ความล่าช้าในข้อตกลงอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเส้นทางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวเน้นย้ำกับสื่อมวลชนว่า การที่อิหร่านจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกได้นั้น ต้องแลกมาด้วยความโปร่งใสและข้อตกลงที่ยั่งยืน “เราคาดหวังว่าช่องแคบนี้จะเปิดให้บริการแบบไม่มีค่าผ่านทาง แต่ทางเทคนิคยังมีรายละเอียดลึกซึ้งอีกมากที่เราต้องนั่งโต๊ะเจรจากันให้ชัดเจนที่สุด”
ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ การที่ทุกฝ่ายยังคงเลือกที่จะหันหน้าเข้าหากันแม้จะมีมุมมองที่ต่างกันถือเป็นสัญญาณบวกเล็กๆ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการหาจุดสมดุลระหว่างความมั่นคงระดับโลกกับผลประโยชน์ภายในประเทศของแต่ละฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าโลกของเรายังคงต้องจับตาดูผลการหารือในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด เพราะทุกวินาทีมีความหมายต่อเสถียรภาพของภูมิภาคแห่งนี้
ที่มา – รอง ปธน.สหรัฐฯ รับ ต้องหารือต่อเรื่องเปิดฮอร์มุซแบบไร้ค่าผ่านทาง


