สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่การค้าขายออนไลน์และชายแดนคึกคัก รัฐบาลไทยไม่ยอมให้สินค้าผิดกฎหมายรุกล้ำเข้ามาง่ายๆ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญอย่างภาคใต้ตอนล่าง ล่าสุดมีข่าวดีที่ รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569 จับกุมได้รวม 622 คดีเลยทีเดียว! ค่าปรับพุ่งสูงถึง 245.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 119% แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยับยั้งปัญหานี้
รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง
ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐบาลโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ปราบปรามสินค้าละเมิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเชิงรุก ภายใต้นโยบาย “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” พื้นที่เป้าหมายคือ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา และสตูล ซึ่งเป็นด่านหน้าชายแดนสำคัญใกล้เคียงมาเลเซีย ทำให้เป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย
ผลการปฏิบัติงานเข้มข้นในช่วงดังกล่าว สามารถจับกุมคดีได้ 622 คดี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 8.83% ของคดีทั่วประเทศ! นี่ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา แต่สะท้อนถึงการทำงานที่ทุ่มเท โดยค่าปรับและประมาณการค่าปรับรวมกว่า 245.55 ล้านบาท สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อน สิ่งนี้ช่วยคืนความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจถูกกฎหมาย และปกป้องรายได้ของชาติที่สูญหายไปกับสินค้าละเมิด
ประเภทสินค้าที่ถูกจับกุมมากที่สุดในรัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง
เมื่อเจาะลึกข้อมูล พบว่าสินค้าหลักที่ถูกปราบปรามคือยาสูบและสุรา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจโดยตรง นี่คือสรุปผลการจับกุมหลัก:
- ยาสูบ: 317 คดี ค่าปรับ 5.84 ล้านบาท ภาษีสูญเสีย 12.54 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 232.11 ล้านบาท ยึดได้ 200,106 ซอง (ในประเทศ 22,030 ซอง ต่างประเทศ 178,076 ซอง) เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน
- สุรา: 153 คดี ค่าปรับ 1.57 ล้านบาท ยึดสุราในประเทศ 1,482 ลิตร สุราต่างประเทศ 101 ลิตร
- น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน: 125 คดี ค่าปรับ 5.56 ล้านบาท ยึดได้ 67,402 ลิตร
- เครื่องดื่ม: 16 คดี ค่าปรับ 0.14 ล้านบาท ยึด 4,436 ลิตร
- ไพ่: 10 คดี ค่าปรับ 65,750 บาท ยึด 285 สำรับ
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม: 1 คดี ค่าปรับ 7,125 บาท ยึด 44 กิโลกรัม
ตัวเลขเหล่านี้มาจากการสกัดกั้นเส้นทางลักลอบตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง โดยเฉพาะยาสูบที่เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ซอง แสดงถึงความสำเร็จในการตัดวงจรการกระจายสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน
ความสำคัญของการปราบปรามในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
ภาคใต้ตอนล่างไม่ใช่แค่พื้นที่ท่องเที่ยว แต่เป็นประตูการค้าสำคัญ การลักลอบสินค้าผิดกฎหมายอย่างยาสูบ สุรา และน้ำมัน ทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่เถื่อนที่ไม่มีมาตรฐาน และอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลจึงเน้นการบริหารจัดการของกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำน้ำมันยึดมาขายทอดตลาดคืนประโยชน์สาธารณะ นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจถูกกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อยับยั้งตั้งแต่ต้นตอ ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง สุดท้ายแล้ว มาตรการนี้ไม่เพียงเพิ่มรายได้ให้ประเทศ แต่ยังปกป้องสังคมจากสินค้าคุณภาพต่ำที่อาจก่ออันตราย
ในมุมมองของผม การที่ รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง สำเร็จขนาดนี้ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความจริงจัง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ปัญหานี้จะหมดไปในอนาคตอันใกล้ คุณล่ะคิดอย่างไรกับผลงานนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ-การเมืองเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!
ที่มา – รัฐบาลปราบเข้มสินค้าผิดกฎหมาย จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ช่วง ก.พ. – มี.ค. จับกุมรวม 622 คดี


