สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวอ่านข่าวต่างประเทศ วันนี้เรามีเรื่องร้อนที่กำลังเป็นประเด็นโลกมาฝากกันครับ รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน เพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่รุนแรงระหว่างตะวันตกกับอิหร่าน ทำให้หลายฝ่ายวิจารณ์หนักและอิหร่านขู่ตอบโต้ทันควัน
รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเป้าหมายอิหร่าน
วันที่ 21 มีนาคม 2569 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อนุมัติให้สหรัฐอเมริกาใช้ฐานทัพของอังกฤษในการดำเนินปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยเฉพาะ那些ที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบแห่งนี้มีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กิโลเมตร แต่เป็นคอขวดสำคัญที่น้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียไหลออกสู่ตลาดโลก ถ้าขัดขวางได้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งแน่นอน
มติคณะรัฐมนตรีอังกฤษระบุชัดว่าการอนุมัตินี้เป็นเพื่อ “ปฏิบัติการเชิงป้องกัน” มุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ เช่น จรวดต่อต้านเรือหรือโดรนที่เคยใช้ในอดีต รัฐบาลอังกฤษยืนยันว่าจะไม่ส่งกองทัพเข้าร่วมโจมตีโดยตรง แต่จะสนับสนุนด้านลอจิสติกส์เท่านั้น พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดความตึงเครียดและยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด
รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน: เสียงวิจารณ์ถล่มทลาย
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งในและนอกสภา นายเคมี บาเดนอค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนุรักษ์นิยม เรียกว่านี่คือ “การกลับลำครั้งใหญ่” ของรัฐบาลนายเคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมทางทหาร เธอเตือนว่าความขัดแย้งทางวาจาระหว่างพันธมิตรตะวันตกกำลังบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระยะยาว
ฝั่งสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่พอใจที่อังกฤษตัดสินใจล่าช้าเกินไป เขาโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าควรดำเนินการเร็วกว่านี้ และยกตัวอย่างฐานทัพในหมู่เกาะชากอส เช่น เกาะดิเอโก การ์เซีย ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญของสหรัฐในมหาสมุทรอินเดียที่อังกฤษให้สิทธิใช้งาน
- ฐานทัพที่เกี่ยวข้อง: เกาะดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) – ฐาน B-52 และเรือดำน้ำนิวเคลียร์
- ไซปรัส (Cyprus): ฐาน RAF Akrotiri สำหรับเครื่องบินรบ
- บาห์เรน: ฐานทัพเรือสหรัฐที่อังกฤษสนับสนุน
ทางอิหร่านตอบโต้ทันที นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์กำลังพาชีวิตพลเมืองอังกฤษไปเสี่ยงภัย เขาย้ำว่าอิหร่านมีสิทธิป้องกันตนเองเต็มที่ และเชื่อว่าประชาชนอังกฤษส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ประเทศตนมีส่วนในสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน
เพื่อให้เข้าใจบริบท ช่องแคบฮอร์มุซเป็นประตูสู่ทะเลอาหรับจากอ่าวเปอร์เซีย ทุกวันมีเรือทังเกอร์น้ำมันกว่า 20 ลำผ่าน ประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 20% ของการบริโภคน้ำมันโลก ถ้าอิหร่านปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเราด้วยเพราะนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง
ประวัติศาสตร์ความตึงเครียดที่นี่ยาวนาน ตั้งแต่สงครามเรือน้ำมันอิหร่าน-อิรักในยุค 80s จนถึงการยึดเรือสินค้าของอังกฤษโดยอิหร่านเมื่อปี 2562 ล่าสุด อิหร่านถูกกล่าวหาว่าโจมตีเรือด้วยโดรนและระเบิดเหนียว ทำให้บริษัทขนส่งน้ำมันหลายแห่งหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์แพงขึ้น
การที่รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน จึงเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความมั่นคงพลังงานโลก แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่ได้
ในมุมมองของผม การตัดสินใจนี้อาจช่วยป้องกันวิกฤตพลังงาน แต่ต้องระวังไม่ให้ลุกลาม หากอิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบจริง เศรษฐกิจโลกจะสั่นคลอนแน่นอน คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? เชื่อว่าอังกฤษทำถูกหรือเสี่ยงเกินไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติม!
ที่มา – รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเป้าหมายอิหร่านเพื่อคุ้มกันเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ


