กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ สำหรับโครงการ TH-AI Passport ที่ล่าสุดทางฝั่งรัฐบาลต้องออกมาโต้กลับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้ชัดเจนกันไปเลยว่า สถานะของโครงการนี้ไปถึงไหนแล้ว หลังจากที่มีการตั้งคำถามถึงกระบวนการจัดทำ TOR ที่หลายคนมองว่ายังปรับแก้ได้อยู่ แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าเมื่อสัญญามีผลผูกพันแล้ว เราต้องเดินหน้าต่อเพื่อประชาชน
รัฐบาล โต้ ปชป. ปม TH-AI Passport ย้ำสัญญามีผลผูกพันแล้ว
หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องออกมาเน้นย้ำเรื่องนี้บ่อยครั้ง คำตอบก็คือความเข้าใจในกระบวนการกฎหมายครับ การโครงการ TH-AI Passport นั้นได้ผ่านการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าธุรกรรมทางภาครัฐนี้มีผลผูกพันตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ ดังนั้น การจะย้อนเวลากลับไปแก้ไข TOR จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและไม่สอดคล้องกับระเบียบการบริหารงานภาครัฐในปัจจุบัน
บริหารสัญญาอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด?
สิ่งที่เราต้องโฟกัสในตอนนี้ไม่ใช่ประเด็นข้อพิพาทเรื่องทีโออาร์ แต่คือการบริหารสัญญาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยรัฐบาลมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนคือ:
- แก้สัญญาในสาระสำคัญไม่ได้ แต่ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้
- คู่สัญญาต้องเห็นชอบร่วมกัน
- ประโยชน์ของประชาชนต้องห้ามลดลง แต่ต้องเพิ่มขึ้นเท่านั้น
รัฐบาลยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ไม่ใช่การฟอกขาว แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม เพื่อนำข้อแนะนำไปพัฒนาโครงการ TH-AI Passport ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม แทนที่จะมัวแต่ถกเถียงเรื่องขั้นตอนที่ผ่านไปแล้ว เราควรหันมาช่วยกันจับตาดูว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างไรบ้างต่างหาก
สุดท้ายนี้ การก้าวไปข้างหน้าของประเทศต้องอาศัยความเข้าใจที่ตรงกัน รัฐบาลเองก็พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ หากท่านคิดว่าโครงการนี้ควรปรับปรุงจุดไหนเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกหรือคุ้มค่าขึ้น สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ของภาครัฐได้เลยครับ เพราะเป้าหมายสูงสุดคือผลประโยชน์ที่คนไทยทุกคนจะได้รับนั่นเอง
ที่มา – รัฐบาล โต้ ปชป. ปม TH-AI Passport ย้ำสัญญามีผลผูกพันแล้ว ไม่ใช่ย้อนถกเถียงเรื่องทีโออาร์


