ในวันที่ระบบยุติธรรมไทยกำลังเผชิญวิกฤตหนักหน่วง “รัดเกล้า” เปิดโครงสร้างยุติธรรม ทำคนจนล้นเรือนจำ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ ส.ส.รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอต่อสภา เพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาเรือนจำและการฟื้นฟูผู้ต้องขัง เนื้อหานี้จะพาคุณไปเจาะลึกปัญหาและแนวทางแก้ไขที่เธอชูไว้ เพื่อคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
“รัดเกล้า” เปิดโครงสร้างยุติธรรม ทำคนจนล้นเรือนจำ
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นางรัดเกล้าได้ยื่นญัตติขอให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญชุดที่ 27 เพื่อผ่าตัดระบบราชทัณฑ์ที่ล้มเหลว เธอเน้นย้ำว่าระบบยุติธรรมที่ดีต้อง “ฉลาดที่สุดในการปกป้องสังคม” ไม่ใช่แค่กักขังคนไว้ในคุกแออัดเท่านั้น ปัญหาเรือนจำไทยล้นเกินความจุ สะท้อนถึงความล้มเหลวของโครงสร้างทั้งหมดที่ทำให้คนจนกลายเป็นเหยื่อหลัก
สถิติสุดสะพรึงของเรือนจำไทย
ประเทศไทยมีผู้ต้องขังกว่า 3.3 แสนคน สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ทั้งที่ความจุจริงแค่ 2.4 แสนคน พื้นที่นอนต่อคนเหลือแค่ขนาดเสื่อโยคะ! ลองนึกภาพนอนหงายไหล่ชนไหล่ทั้งคืน นำไปสู่โรคระบาดอย่างวัณโรค โรคผิวหนัง และปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรง เหมือนโรงพยาบาล ICU ที่อัดคนป่วยทุกโรคไว้ด้วยกัน จนระบบทั้งหมดพังทลาย
ที่น่าตกใจคือ วาทกรรม “คุกมีไว้ขังคนจน” ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ เพราะ 70% ของผู้ต้องขังคือคดียาเสพติดรายย่อยที่ไม่มีเงินประกันตัว ขณะที่นายทุนใหญ่ลอยนวล นอกจากนี้ยังมีผู้รอพิจารณาคดีเกือบแสนคนที่ยังไม่ถูกตัดสิน แต่ต้องนอนคุกเพราะยากจน สถิติงบประมาณก็ผิดเพี้ยน ใช้งบฟื้นฟูผู้ต้องขังแค่ 1% เท่านั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยังบ่นว่า “กฎหมายไทยเตะหมาหรือขายยา สุดท้ายก็จบที่คุก” เพราะขาดทางเลือกในการลงโทษอื่นๆ
ชู 5 มิติ “รื้อ-แยก-สร้าง-ปรับ-ล้าง” แก้ปัญหายั่งยืน
เพื่อแก้ไขวิกฤตนี้ รัดเกล้าชูแนวทาง 5 มิติหลักที่ กมธ.วิสามัญต้องขับเคลื่อน ดังนี้
- รื้อ: มิตินิติบัญญัติ รื้อนโยบายทางอาญา เพิ่มทางเลือกอย่างการบริการสังคม (Community Work) สำหรับคดีลหุโทษ ใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) แทนประกันตัวตามมาตรฐาน UN โตเกียว ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวย-จน
- แยก: แยกผู้รอพิจารณาคดีออกจากนักโทษเด็ดขาดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้คุกกลายเป็นโรงเรียนสอนอาชญากรรม
- สร้าง: นวัตกรรม SDU (Service Delivery Unit) ดึงเอกชนและรัฐร่วมพัฒนาทักษะผู้ต้องขัง อย่างโมเดล UNICOR ของสหรัฐฯ ที่ให้ผู้ต้องขังผลิตสินค้าโต๊ะ เก้าอี้ ชุดทหาร ขายให้รัฐ สร้างรายได้ไม่ใช้ภาษีประชาชน
- ปรับ: จัดสรรงบใหม่ เปลี่ยน mindset จาก “กักขัง” เป็น “ลงทุนในทุนมนุษย์” เพื่อคืนกำลังแรงงานวัยทำงานสู่เศรษฐกิจ
- ล้าง: ล้างมลทินด้วย พ.ร.บ.ล้างมลทิน สำหรับผู้ไม่ทำผิดซ้ำ บำเพ็ญประโยชน์และรายงานตัว 3 ปี ลดตราบาปให้กลับสู่สังคมได้
แนวทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่แก้แออัด แต่เป็นการปฏิรูประบบทั้งหมด ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ต้องกลับสู่สังคม หากระบบล้าหลัง พวกเขาจะวนลูปทำผิดซ้ำ รัดเกล้าวิงวอนให้สภาตั้ง กมธ.ชุดนี้ เพื่อเปลี่ยนจากระบบลงโทษเป็นระบบให้โอกาสควบคู่คุ้มครองสังคม
ปัญหาเรือนจำแออัดไม่ใช่แค่เรื่องคุก แต่สะท้อนความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย หากไม่แก้ไขตอนนี้ ผลกระทบจะยิ่งหนัก เราในฐานะประชาชนควรติดตามและสนับสนุนการปฏิรูปนี้ เพื่อสังคมที่ยุติธรรมยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับแนวทาง 5 มิตินี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
ที่มา – “รัดเกล้า” เปิดโครงสร้างยุติธรรม ทำคนจนล้นเรือนจำ ชู “รื้อ-แยก-สร้าง-ปรับ-ล้าง” คืนคนดีสู่สังคม


