กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อและสังคมออนไลน์ทันที เมื่อ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีการย้าย “ฟ้าผ่า” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงรองผู้ว่าฯ อีก 2 ท่าน ที่ถูกสังคมตั้งฉายาว่าเป็น “กลุ่มรองซีฟู้ด” หลังจากเกิดเหตุการณ์แชตหลุดอันอื้อฉาวที่สร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ
ลิซ่า จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา คดีรองซีฟู้ดภูเก็ต
การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เป็นเพียงการแสดงละครวัดพลังอำนาจเท่านั้น ซึ่งลิซ่าได้เน้นย้ำชัดเจนว่า “ลิซ่า จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา คดีรองซีฟู้ดภูเก็ต” เพราะการย้ายข้าราชการไปมาระหว่างจังหวัดไม่ได้ทำให้ระบบอุปถัมภ์หรือการเรียกรับผลประโยชน์หมดไป แต่เป็นการผลักภาระให้ประชาชนในพื้นที่อื่นต้องมาเผชิญกับปัญหาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เบื้องลึกเส้นสายใหญ่คับจังหวัด
ข้อมูลจากกรรมาธิการชี้ให้เห็นว่ามีหลักฐานเด่นชัดเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2566 ถึงกระนั้น รัฐบาลกลับเพิ่งจะตื่นตัวในตอนนี้ คำถามที่สังคมอยากรู้ที่สุดคือ ใครกันแน่ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและคอยหนุนหลัง “กลุ่มรองซีฟู้ด” ให้คงความยิ่งใหญ่และไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ยังออกมายอมรับว่าไม่ทราบเรื่อง
- รัฐบาลต้องจริงใจในการสืบสวนหาตัวผู้บงการ
- การย้ายตำแหน่งไม่ใช่คำตอบของการปราบปรามมาเฟีย
- ความโปร่งใสคือสิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบ
ในสัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ จะเดินหน้าเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่ กกต. เข้าชี้แจงถึงกรณีการแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่ารัฐบาลชุดนี้เอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตหรือไม่ ไม่ใช่แค่การเล่นเกมย้ายคนไปมาเพื่อลดกระแสสังคมเพียงชั่วคราว
ท้ายที่สุดนี้ สังคมไทยคงไม่ยอมรับวัฒนธรรม “เวียนเด้ง” 77 จังหวัดอีกต่อไป หากรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าความมั่งคั่งของกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้มีที่มาอย่างไร และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยให้ท้าย การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้โรคร้ายกัดกินระบบราชการไทยต่อไปเรื่อยๆ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้อง “ผ่าตัด” ใหญ่ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้เล่นในสนามเดิม
ที่มา – “ลิซ่า” จี้รัฐบาลเลิกวัฒนธรรมหนีปัญหา ชี้คดี “รองซีฟู้ดภูเก็ต” เส้นใหญ่รับส่วยตั้งแต่ปี 66


