กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยเมื่อ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกี่ยวกับกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตในระบบราชการ โดยเฉพาะเรื่องการสอบนายอำเภอที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนักในขณะนี้
“ลิซ่า” จี้ อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงทุจริตสอบนายอำเภอ
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ทนายอั๋นได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ โดยอ้างว่าพบเบาะแสการเรียกรับเงินสูงถึง 3 ล้านบาทต่อหัวเพื่อให้สอบผ่านเป็นนายอำเภอ ซึ่งประเด็นนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการทุจริตสอบรายบุคคล แต่ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงการโกง สว. และการสอบท้องถิ่นด้วย
เปิดเบื้องหลัง “ลิซ่า” จี้ อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงทุจริตสอบนายอำเภอ
คุณภคมนในฐานะประธาน กมธ. ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางอธิบดีกรมการปกครองเลิกใช้วิธีโต้ตอบด้วยหนังสือ แต่ให้เข้ามาเผชิญหน้าชี้แจงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการไทยอย่างรุนแรง
ประเด็นที่น่าสนใจและสังคมควรจับตามองมีดังนี้:
- หลักฐานที่ชัดเจน: การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างคดีโกง สว. และการสอบนายอำเภอ ที่ชี้ให้เห็นถึงขบวนการกินรวบโครงสร้างอำนาจรัฐ
- การปัดความรับผิดชอบ: ข้อวิจารณ์ที่ว่าทางกรมการปกครองมักจะออกหนังสือโต้แย้งเพื่อปัดความรับผิดชอบแทนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
- การเรียกร้องความโปร่งใส: การที่ กมธ. เตรียมขอเอกสารแบบไม่เซ็นเซอร์ชื่อ เพื่อสาวไปให้ถึงต้นตอของปัญหา
การที่ “ลิซ่า” จี้ อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงทุจริตสอบนายอำเภอ ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่ตรวจสอบตามปกติ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนและผู้แทนราษฎรเริ่มทนไม่ไหวกับระบบที่เอื้อต่อการทุจริต หากกรมการปกครองยังคงนิ่งเฉยหรือเลือกที่จะปกปิดความจริง ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะกู้คืนความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้
ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าหากการสอบนายอำเภอยังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องของ “ราคาค่างวด” แทนที่จะเป็น “ความสามารถ” ประเทศไทยก็คงจะยากที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเท่าเทียมได้ นี่คือบททดสอบสำคัญของหน่วยงานรัฐว่าพร้อมจะโปร่งใสจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นเพียงการรักษาฐานอำนาจของคนกลุ่มเดิมๆ
ที่มา – “ลิซ่า” จี้ อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงทุจริตสอบนายอำเภอ เรียกหัวคิว 3 ล้าน




