'วรศิษฎ์' ปลุก อส.รถไฟ ยกระดับความปลอดภัยทุกขบวนชายแดนใต้

วรศิษฎ์ ปลุก อส.รถไฟ ยกระดับความปลอดภัยชายแดนใต้

วรศิษฎ์ ปลุก อส.รถไฟ ยกระดับความปลอดภัยชายแดนใต้ คือภารกิจสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐในการดูแลประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเส้นทางตั้งแต่สถานีชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปจนถึงสถานีสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และเศรษฐกิจของหลายจังหวัดเข้าด้วยกัน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายกองใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน มอบหมายให้นายกองเอก วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 หรือ ร้อย.อส.รถไฟ ณ หมวดปฏิบัติการที่ 1 สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่

วรศิษฎ์ ปลุก อส.รถไฟ ยกระดับความปลอดภัยชายแดนใต้

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายทั้งด้านการตรวจติดตามภารกิจและการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สมาชิก อส.รถไฟมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนตั้งแต่บริเวณชานชาลา จุดพักคอย ทางเข้าออกสถานี ไปจนถึงภายในขบวนรถไฟ ทุกภารกิจต้องอาศัยความพร้อม ความละเอียดรอบคอบ และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เพื่อรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยบนเส้นทางรถไฟสายใต้ โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดกำลังพลจำนวน 184 นายต่อวัน เพื่อดูแลรถไฟประมาณ 18 ขบวนต่อวัน หรือมากกว่า 6,500 ขบวนต่อปี ภารกิจดังกล่าวครอบคลุมการเดินทางของประชาชนมากถึง 1.2 ล้านคนต่อปี จึงนับเป็นงานที่มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างมาก

ภารกิจ อส.รถไฟ กับความปลอดภัยของผู้โดยสาร

การดูแลความปลอดภัยบนรถไฟไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเฝ้าระวังเหตุผิดปกติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอำนวยความสะดวก การให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสาร การสังเกตพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง และการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำงานด้วยความสุภาพและมีมนุษยสัมพันธ์ เพราะการสร้างความไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนจะช่วยให้การแจ้งเบาะแสและการป้องกันเหตุทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายวรศิษฎ์ได้มอบสิ่งของตรวจเยี่ยมเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจแก่กำลังพล พร้อมเป็นผู้แทนมอบเก้าอี้สนามจากนายกรัฐมนตรีสำหรับใช้ปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถไฟ สิ่งของเหล่านี้อาจดูเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน แต่มีความหมายต่อเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานเป็นเวลานานและเดินทางไปกับขบวนรถไฟหลายเที่ยวในแต่ละวัน การสนับสนุนที่เหมาะสมช่วยให้กำลังพลสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

  • ดูแลความปลอดภัยของประชาชนบนชานชาลาและภายในขบวนรถไฟ
  • เฝ้าระวังและรายงานเหตุผิดปกติอย่างทันท่วงที
  • ประสานงานกับเจ้าหน้าที่รถไฟ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง
  • อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้โดยสาร โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ

นายวรศิษฎ์เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและรอบคอบ พร้อมยึดหลักการให้บริการประชาชนด้วยหัวใจ เป้าหมายสำคัญคือการดูแลให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ นอกจากนี้ยังขอให้เจ้าหน้าที่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนเสมือนญาติมิตร เพราะการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับชุมชนด้วย

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการทำงานด้านความมั่นคงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นศูนย์กลาง เจ้าหน้าที่ต้องรู้จักพื้นที่ เข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน และรับฟังความคิดเห็นจากผู้โดยสารและชุมชนโดยรอบสถานีรถไฟ การมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นมิตรจะช่วยลดความหวาดระแวงและทำให้ประชาชนกล้าที่จะเข้ามาแจ้งข้อมูลเมื่อพบสิ่งผิดปกติ

สำหรับเส้นทางรถไฟในพื้นที่ชายแดนใต้ รถไฟไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับเดินทาง แต่ยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประชาชนจำนวนมาก ทั้งนักเรียน คนทำงาน ผู้ประกอบการ และครอบครัวที่เดินทางไปมาระหว่างจังหวัด การรักษาความปลอดภัยทุกขบวนจึงมีผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ และความรู้สึกมั่นคงของประชาชน การที่ วรศิษฎ์ ปลุก อส.รถไฟ ยกระดับความปลอดภัยชายแดนใต้ จึงเป็นสัญญาณว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ความปลอดภัยที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ผู้โดยสารเองสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการสังเกตสิ่งของหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ ไม่รับฝากสิ่งของจากคนแปลกหน้า เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบเหตุที่น่าสงสัย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ควรสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจนและปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเคารพ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่ารถไฟเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้

ภารกิจของ อส.รถไฟอาจต้องเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งการทำงานในช่วงกลางคืน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จำนวนผู้โดยสารที่หนาแน่น และสถานการณ์ความไม่สงบในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ด้วยการฝึกอบรมที่เหมาะสม การสนับสนุนอุปกรณ์ และกำลังใจจากผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น การตรวจเยี่ยมอย่างใกล้ชิดจึงมีความสำคัญต่อการรับทราบปัญหาจริงและนำไปสู่การแก้ไขอย่างตรงจุด

ในมุมมองของประชาชน การเดินทางที่ปลอดภัยเริ่มต้นจากความพร้อมของเจ้าหน้าที่และระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในระยะยาวคือการปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ โปร่งใส และเป็นมิตร หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน รถไฟจะไม่เพียงเป็นเส้นทางคมนาคม แต่จะเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ของนายวรศิษฎ์จึงเป็นทั้งการติดตามภารกิจและการส่งสารสำคัญไปยังเจ้าหน้าที่ทุกนายว่า งานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟมีคุณค่าและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ ความทุ่มเทของ อส.รถไฟในทุกขบวน ทุกสถานี และทุกเที่ยวเดินทาง ล้วนมีส่วนช่วยให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ข้อคิดสำคัญ: ความปลอดภัยบนรถไฟจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงเมื่อเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ประชาชนให้ความร่วมมือ และหน่วยงานรัฐสนับสนุนกำลังพลอย่างต่อเนื่อง หากทุกฝ่ายร่วมกันคนละไม้คนละมือ การเดินทางในพื้นที่ชายแดนใต้ก็จะปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคนได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา – “วรศิษฎ์” ปลุก อส.รถไฟ ยกระดับความปลอดภัยทุกขบวนชายแดนใต้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: