เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวกรณีฝนตกหนักจนเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ ต.บ่อวิน จ.ชลบุรี ซึ่งมวลน้ำมหาศาลพร้อมเศษขยะได้ซัดกำแพงหมู่บ้านจนพังทลาย สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างหนัก ล่าสุดเรื่องนี้ถึงหูรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว โดยทาง วราวุธ สั่งตรวจสอบเหตุ น้ำซัดกำแพงพัง หากเข้าข่ายโรงงาน เตรียมเอาผิดทันที เพื่อเร่งจัดการปัญหาและคืนความปลอดภัยให้กับชาวบ้านโดยเร็วที่สุดครับ
วราวุธ สั่งตรวจสอบเหตุ น้ำซัดกำแพงพัง หากเข้าข่ายโรงงาน อย่างจริงจัง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการด่วนไปยังอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ประสานงานร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยละเอียด โดยท่านได้เน้นย้ำว่า หากสถานที่แห่งนี้มีลักษณะครบองค์ประกอบของการเป็นโรงงาน เช่น
- มีการใช้เครื่องจักรในการทำงาน เช่น รถตัก หรือรถโฟล์คลิฟต์
- มีการว่าจ้างแรงงานเข้าข่ายตามกฎหมาย
- มีการประกอบกิจการคัดแยก ฝังกลบ หรือรีไซเคิลขยะ
จะถือว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่กระทรวงต้องเข้าไปจัดการตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ทันทีครับ
เกณฑ์การตัดสินและโทษที่ต้องเผชิญหากผิดจริง
หากผลการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย วราวุธ สั่งตรวจสอบเหตุ น้ำซัดกำแพงพัง หากเข้าข่ายโรงงาน จนพบความผิดจริง ผู้ประกอบการจะต้องได้รับโทษตามมาตรา 12 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ: โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังมีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน สั่งหยุดกิจการ และปรับปรุงพื้นที่ลานกองเก็บเศษขยะให้ปลอดภัยอย่างเร่งด่วนครับ
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้ประกอบการทุกแห่งครับ การประกอบกิจการโดยไม่ขออนุญาตให้ถูกต้องหรือไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยรอบข้าง นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตของเพื่อนบ้านได้มหาศาล ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมมองว่าการที่ภาครัฐออกมาขยับตัวอย่างรวดเร็วเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี และหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกครับ
ที่มา – “วราวุธ” สั่งตรวจสอบเหตุ น้ำซัดกำแพงพัง หากเข้าข่ายโรงงาน เตรียมเอาผิดทันที


