'วัชระพล' ดีเดย์ 30 วันล้างสต๊อกนมค้างระบบ เล็งชง ครม. ขยายโควตาเด็กมัธยม 3

“วัชระพล” ดีเดย์ 30 วันล้างสต๊อกนมค้างระบบ

ปัญหานมล้นตลาดกำลังเป็นประเด็นร้อนที่กระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ ล่าสุด “วัชระพล” ดีเดย์ 30 วันล้างสต๊อกนมค้างระบบ เล็งชง ครม. ขยายโควตาเด็กมัธยม 3 เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดสรรสิทธินมโรงเรียน ร่วมกับชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569

“วัชระพล” ดีเดย์ 30 วันล้างสต๊อกนมค้างระบบ เล็งชง ครม. ขยายโควตาเด็กมัธยม 3

การประชุมครั้งนี้มุ่งแก้ปัญหาหลัก 2 ประการ ได้แก่ ความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรโควตานมโรงเรียน และปัญหาสต๊อกนมค้างในระบบจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นายวัชระพล ระบุชัดเจนถึงมาตรการเร่งด่วน โดยจะจัดทำเอกสารเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขยายเพดานการบริโภคนมโรงเรียนไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้นมในระบบ และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ทันที

เป้าหมายสำคัญคือภายใน 30 วัน ต้องเห็นผลความคืบหน้าที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่ต้องลงมือปฏิบัติจริง นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดการสต๊อกนมค้าง โดยดึงพันธมิตรจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มาร่วมรับซื้อนม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ซึ่งจะช่วยกระจายสินค้าให้ทั่วถึง และลดภาระสต๊อกที่ค้างอยู่ออกไป

ประโยชน์จากการขยายโควตานมโรงเรียนถึง ม.3

การขยายโควตานมโรงเรียนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะไม่เพียงช่วยระบายนมล้นตลาด แต่ยังส่งเสริมสุขภาพเด็กนักเรียนในวัยที่กำลังเจริญเติบโต โดยนมเป็นแหล่งโภชนาการสำคัญที่มีแคลเซียม โปรตีน และวิตามินที่จำเป็น ช่วยพัฒนาสมองและกระดูกให้แข็งแรง นโยบายนี้ยังสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีตลาดที่มั่นคง ลดความเสี่ยงจากการผลิตนมที่ล้นตลาด ซึ่งในอดีตเคยเกิดปัญหาคล้ายกันหลายครั้ง

  • เพิ่มปริมาณการใช้นมในระบบการศึกษา
  • ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยตรง
  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์จัดสรรให้เป็นธรรมมากขึ้น
  • เจรจากับหน่วยงานรัฐและเอกชนเพื่อรับซื้อสต๊อก

นายวัชระพล ยังรับปากว่าจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรสิทธิให้ครอบคลุมและเป็นธรรมกับสหกรณ์ทุกแห่ง โดยปัญหาความไม่เท่าเทียมในการจัดสรรโควตาในอดีต ทำให้สหกรณ์บางแห่งได้รับผลกระทบหนัก การแก้ไขครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่คาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเกษตร

นอกจากนี้ การล้างสต๊อกนมภายใน 30 วัน ยังรวมถึงการเร่งเจรจากับกองทุนต่างๆ เพื่อนำนมไปใช้ในโครงการสวัสดิการสังคม ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีเงินหมุนเวียนเร็วขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยและต้นทุนการเก็บรักษา “เรื่องสต๊อกนมที่ค้างอยู่จำนวนมาก ผมตั้งเป้า 30 วันต้องเห็นผล เรากำลังเดินหน้าเจรจาหลายหน่วยงานควบคู่กันแบบเร่งด่วน เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรเร็วที่สุด” นายวัชระพล กล่าว

นโยบายนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังวางรากฐานระยะยาวให้อุตสาหกรรมนมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนด้านตลาดและราคาที่มั่นคงมากขึ้น หากสำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้หน่วยงานรัฐอื่นๆ นำไปปรับใช้

ติดตามความคืบหน้าของนโยบาย “วัชระพล” ดีเดย์ 30 วันล้างสต๊อกนมค้างระบบ เล็งชง ครม. ขยายโควตาเด็กมัธยม 3 ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข่าวสารล่าสุดที่ช่วยเหลือเกษตรกรไทย

ที่มา – “วัชระพล” ดีเดย์ 30 วันล้างสต๊อกนมค้างระบบ เล็งชง ครม. ขยายโควตาเด็กมัธยม 3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: