วิโรจน์-เฉลิมพงศ์ ร้องสอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง ช่วยน้ำเงินด้วย
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่มีการเปิดเผยแชตไลน์หลุดอ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง ที่มีการสั่งการผ่านข้อความระบุว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงที่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมา ล่าสุด วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เดินหน้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. และ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยมองว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบและผิดหลักความเป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการ
เปิดปมเหตุ วิโรจน์-เฉลิมพงศ์ ร้องสอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง ช่วยน้ำเงินด้วย
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ออกมาให้ความเห็นว่า ข้อความที่หลุดออกมานั้นมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการสะท้อนถึงการทำงานที่อาจไม่ได้เป็นกลางตามหน้าที่ของข้าราชการ โดยไม่ต้องตีความให้ยากว่าคำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” นั้นหมายถึงพรรคการเมืองใด ซึ่งหากมีการพิสูจน์ได้ว่าบุคคลระดับสูงในกรมการปกครองมีการสั่งการในลักษณะดังกล่าวจริง ย่อมถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ทางด้านของ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ยังได้ขยายประเด็นเพิ่มเติมถึง “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่แผ่อิทธิพลไปในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระบบการสั่งการข้าราชการชั้นผู้น้อยให้ช่วยสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย
ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากการร้องเรียนของ วิโรจน์-เฉลิมพงศ์ ร้องสอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง ช่วยน้ำเงินด้วย ในครั้งนี้ ยังรวมไปถึงคำถามถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเหตุใดจึงไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง ทั้งที่ท่านเคยให้คำมั่นสัญญาว่าข้าราชการจะต้องวางตัวเป็นกลางและไม่นำความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับการทำงาน
- เรียกร้อง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ
- ยื่นเรื่องต่อ กกต. เพื่อให้มีการไต่สวนความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
- ตั้งคำถามถึงกระบวนการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่ทำตามคำสั่ง “ระบอบสีน้ำเงิน”
- เปิดพื้นที่ตรวจสอบแชตไลน์ทั้ง 77 จังหวัด เพื่อหาหลักฐานมัดตัวการใหญ่
สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการเมือง แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของระบบราชการไทยว่าจะสามารถรักษาความเป็นอิสระและเป็นกลางได้มากน้อยเพียงใด ในเมื่อมีการกล่าวหาว่าข้าราชการระดับสูงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล การตรวจสอบครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคืนความยุติธรรมให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ถูกบีบบังคับให้ทำตามใบสั่ง และเป็นการปกป้องระบอบประชาธิปไตยให้มีความโปร่งใสยิ่งขึ้น ประชาชนทุกคนควรติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสุดท้ายแล้วอำนาจรัฐต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งเพียงอย่างเดียวครับ
ที่มา – “วิโรจน์-เฉลิมพงศ์” ร้อง ป.ป.ช.-กกต. สอบแชตไลน์อธิบดีปกครอง “ช่วยน้ำเงินด้วย”





