ศาลกัมพูชาพิพากษายืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว โพสต์ภาพชายแดน ข้อหากบฏ สร้างความฮือฮาและเสียงวิจารณ์จากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนที่มองว่าเป็นการกดดันเสรีภาพสื่ออย่างหนัก กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังไม่คลี่คลาย
ศาลกัมพูชาพิพากษายืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว โพสต์ภาพชายแดน ข้อหากบฏ
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ศาลอุทธรณ์จังหวัดพระตะบองของกัมพูชาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุกนายเพียบ พารา และนายพร โสเพียบ สองนักข่าวจากสถานี TSP 68 TV Online เป็นเวลา 14 ปี ในข้อหาการกบฏและบ่อนทำลายการป้องกันประเทศ ทั้งสองถูกกล่าวหาว่าจัดหาข้อมูลอันตรายต่อความมั่นคงให้รัฐต่างชาติ
ย้อนเหตุการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว สองนักข่าวเดินทางไปยังจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อรายงานสถานการณ์ขัดแย้งชายแดน พวกเขาได้ถ่ายภาพคู่กับทหารกัมพูชาบริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาททับซ้อนกับไทย ภาพดังกล่าวถูกโพสต์บนเฟซบุ๊ก ก่อนที่สื่อไทยจะนำไปรายงาน โดยอ้างว่าเป็นหลักฐานการวางทุ่นระเบิดหลังประกาศหยุดยิง สิ่งนี้จุดชนวนวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง
รายละเอียดคดีและการจับกุม
หลังโพสต์ภาพ นักข่าวทั้งคู่ถูกจับกุมทันที ข้อหาหนักระดับกบฏมีโทษจำคุก 7-15 ปี แม้จะอุทธรณ์ แต่ศาลยืนยันคำตัดสินเดิม ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมกัมพูชา
ปฏิกิริยาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน
กลุ่ม LICADHO ออกแถลงการณ์ประณามคดีนี้ โดยนายอำ สำอาต ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวกับ AFP ว่า “คดีนี้กระทบวงการสื่อโดยตรง นักข่าวจะหวาดกลัวและไม่กล้ารายงานข่าวสำคัญ” การตัดสินนี้ถูกมองเป็นเครื่องมือปิดปากสื่อในพื้นที่敏感
บริบทข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
ปีที่ผ่านมา ชายแดนทั้งสองประเทศปะทะกันหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียหายและประชาชนอพยพนับล้าน ไทยกล่าวหาเขมรวางทุ่นระเบิดใหม่ในเขตทับซ้อน ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ แต่กัมพูชาปฏิเสธ แม้จะลงนามหยุดยิงปลายปี 2025 แต่ความตึงเครียดยังคงอยู่
- ปราสาทตาควาย: พื้นที่พิพาทยาวนาน
- การวางทุ่นระเบิด: ข้อกล่าวหาที่จุดชนวน
- ผลกระทบต่อประชาชน: การอพยพและความสูญเสีย
- บทบาทสื่อ: รายงานความจริงท่ามกลางความเสี่ยง
กัมพูชาติดอันดับ 161 จาก 180 ในดัชนีเสรีภาพสื่อของ RSF แสดงถึงปัญหาโครงสร้างที่รุนแรง สื่อต้องเผชิญการเซ็นเซอร์และลงโทษทางการเมือง
ศาลกัมพูชาพิพากษายืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว โพสต์ภาพชายแดน ข้อหากบฏ จึงไม่ใช่แค่คดีส่วนบุคคล แต่สะท้อนวิกฤตเสรีภาพสื่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักข่าวกลายเป็นแพะรับบาปในเกมการเมืองชายแดน
กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่านักข่าวต้องระมัดระวังในการรายงานข่าวชายแดน แต่ก็ชี้ให้เห็นว่าประเทศต่างๆ ควรปกป้องเสรีภาพสื่อให้มากขึ้น คุณคิดว่าความยุติธรรมในคดีนี้เป็นอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ศาลกัมพูชาพิพากษายืนโทษจำคุก 14 ปี 2 นักข่าว โพสต์ภาพชายแดน ข้อหากบฏ


