ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ทำพ้น สว. ทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทย เมื่อไม่นานมานี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ตัดสินพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือที่รู้จักกันในนาม “หมอเกศ” เป็นเวลา 10 ปีเต็ม เนื่องจากพบว่ามีการทุจริตโดยใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อชักจูงให้ผู้เลือกตั้งเข้าใจผิดในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ส่งผลให้เธอต้องพ้นจากตำแหน่ง สว. ทันที
ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ทำพ้น สว. ทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ลต สว 11/2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ข้อหาหลักคือการกระทำที่เข้าข่ายมาตรา 77 (4) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยหมอเกศถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ และชื่อเสียงเกียรติยศ เพื่อจูงใจให้ได้รับเลือกเป็น สว.
รายละเอียดคดีและพยานหลักฐาน
ในการพิจารณาคดี ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด กกต. นำเสนอหลักฐานว่าหมอเกศมีการโฆษณาชวนเชื่อโดยใช้คำว่า “ศาสตราจารย์” ซึ่งอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจเกินจริงเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาและความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเธอ ขณะที่ฝั่งผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่าตำแหน่งดังกล่าวเป็นของจริง แต่ศาลเห็นว่าการนำมาใช้ในการหาเสียงเข้าข่ายทุจริต ส่งผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 และวันนี้ทนายความของเธอเป็นตัวแทนมารับฟังคำพิพากษา
- สาเหตุหลัก: ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ชักจูงให้เข้าใจผิด
- บทลงโทษ: เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี พ้นตำแหน่ง สว.
- หน่วยงานผู้ยื่น: กกต.
- วันที่ตัดสิน: 4 มีนาคม 2569
คดีนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของกฎหมายเลือกตั้งไทย โดยเฉพาะในส่วนของการได้มาซึ่ง สว. ที่ต้องโปร่งใสและปราศจากการหลอกลวง การตัดสินครั้งนี้ไม่เพียงทำให้หมอเกศเสียเก้าอี้ สว. แต่ยังเป็นตัวอย่างให้กับนักการเมืองคนอื่นๆ ที่อาจใช้คุณสมบัติปลอมแปลงหรือเกินจริงในการหาเสียง
ผลกระทบต่อการเมืองและ สว.
การพ้นตำแหน่งของหมอเกศส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบอำนาจรัฐสภาและการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ นอกจากนี้ ยังอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในเขตที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับระบบเลือกตั้งไทยในสายตาประชาชน คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับประเด็นวุฒิการศึกษาปลอมที่เป็นปัญหาเรื้อรังในวงการศึกษาและการเมืองไทย
จากข้อมูลสถิติ พบว่าคดีทุจริตเลือกตั้งในช่วงปี 2567-2569 มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งรับคดีกว่า 50 คดีต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาเกินจริง นี่คือโอกาสที่ระบบจะปรับปรุงให้ดีขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน คดี ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ทำพ้น สว. ทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ย้ำว่ากฎหมายอยู่เหนือกว่าเส้นสาย การตัดสินที่เด็ดขาดแบบนี้จะช่วยฟอกขาววงการการเมืองไทยได้ หากทุกฝ่ายยึดมั่นในความโปร่งใส
คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!
ที่มา – ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ทำพ้น สว. ทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์


