สคบ. เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภค ผนึกกำลังสื่อมวลชน เปิดเวทีเสวนา มุ่งเน้นนำเสนอข่าวถูกต้อง รวดเร็ว ครอบคลุม เข้าถึงทุกกลุ่ม
สคบ. เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภค
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการสัมมนาสื่อมวลชน” ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ให้แก่บรรดาสื่อมวลชน เพื่อให้การนำเสนอข่าวสารเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระบบ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง การสัมมนาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ แชงชัวรี่รีสอร์ต พัทยา เบสต์เวสเทิร์น ซิกเนเจอร์ คอลเลคชั่น อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
นายรณรงค์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของผู้บริโภคต่อระบบเศรษฐกิจว่า “ผู้บริโภคคือหัวใจของระบบเศรษฐกิจ หากหัวใจนี้ถูกละเลย ความเชื่อมั่นทั้งระบบย่อมสั่นคลอน” และได้กล่าวถึงความท้าทายที่ผู้บริโภคต้องเผชิญในปัจจุบันซึ่งมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ที่ไร้พรมแดน การโฆษณาที่เกินจริง การให้บริการที่ไม่เป็นธรรม ไปจนถึงการให้บริการที่เอาเปรียบ ซึ่งล้วนเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยการปรับตัวและการดำเนินงานอย่างรอบด้าน
แม้ว่า สคบ. จะมีข้อจำกัดในด้านบุคลากรเมื่อเทียบกับปริมาณงานที่มหาศาล แต่ สคบ. ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องสิทธิของประชาชนในฐานะผู้บริโภคอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อรับมือกับสถานการณ์และแนวโน้มปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สคบ. จึงได้กำหนด “ทิศทางการทำงานเชิงรุก” ในมิติใหม่ ดังนี้
ทิศทางการทำงานเชิงรุกของ สคบ. เพื่อ**เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภค**
- ปรับปรุงและออกกฎหมายและระเบียบให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ครอบคลุมถึงปัญหาการซื้อขายออนไลน์ การโฆษณาเกินจริง และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงบทลงโทษให้มีความเหมาะสม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการคุ้มครองผู้บริโภค
- พัฒนาช่องทางการสื่อสารให้ครบถ้วนในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ เพื่อให้สามารถเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าถึงผู้บริโภคในทุกกลุ่มเป้าหมาย
- ทำงานเคียงข้างสื่อมวลชนในฐานะพันธมิตร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ และมีภูมิคุ้มกันในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ
นายรณรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนซึ่งเป็นพลังสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน และเป็นธรรม” พร้อมทั้งเชิญชวนสื่อมวลชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันสร้างระบบการคุ้มครองผู้บริโภคที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการซื้อสินค้าและบริการจะเป็นไปภายใต้หลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ปลอดภัย และได้มาตรฐานในทุกมิติ
นอกจากนี้ ในการสัมมนา ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “สื่อกับภารกิจคุ้มครองผู้บริโภค – ก้าวต่อไปเราจะเดินไปด้วยกัน” โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อย่อย ได้แก่ 1. ความสำคัญของสื่อกับงานคุ้มครองผู้บริโภค 2. ทิศทางการทำงานของ สคบ. ในยุคใหม่ 3. แนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคต ซึ่งทั้ง 3 หัวข้อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างสื่อมวลชนและ สคบ. ในการนำเสนอข่าวสารที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนและผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อการ **เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภค** อย่างยั่งยืน
การที่ สคบ. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจในสิทธิของตนเอง และสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างชาญฉลาด การผนึกกำลังกับสื่อจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจคุ้มครองผู้บริโภคให้บรรลุผลสำเร็จ
ที่มา – สคบ. ผนึกกำลังสื่อ “เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภค” มุ่งเน้นเสนอข่าวถูกต้อง รอบด้าน รวดเร็ว







