สนพ.เฝ้าระวัง 'อีสุกอีใส' ระบาด พบผู้ป่วยแล้ว 752 ราย จับตาเด็กอายุ 0-14 ปี ติดเพิ่ม

สนพ.เฝ้าระวังอีสุกอีใส ระบาด พบผู้ป่วย 752 ราย

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ข่าวสุขภาพร้อนๆ มาอีกแล้ว เมื่อ สนพ.เฝ้าระวังอีสุกอีใส ระบาด อย่างหนัก โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ ที่กำลังเพิ่มจำนวนผู้ป่วยแบบก้าวกระโดด พบแล้วถึง 752 ราย ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 7 มี.ค. 69 เลยทีเดียว วันนี้เราจะมาอัปเดตสถานการณ์ แนวโน้ม และวิธีป้องกันแบบละเอียด เป็นกันเอง เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่กำลังกังวลใจ ไปดูกันเลยนะคะ!

อีสุกอีใส ระบาด: สถานการณ์ล่าสุดในกรุงเทพฯ

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) ของ กทม. ได้ออกมาแถลงและสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวังสถานการณ์ อีสุกอีใส ระบาด อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ 0-14 ปี ที่มีแนวโน้มผู้ป่วยพุ่งสูงในช่วงต้นปี มกราคมถึงเมษายน ซึ่งสอดคล้องกับสถิติระบาดวิทยาที่มักระบาดหนักในฤดูหนาวต่อฤดูร้อนนั่นเองค่ะ

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า กลุ่มอายุ 5-9 ปี และ 10-14 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด เพราะเป็นวัยเรียนที่ต้องรวมตัวกันในโรงเรียน สถานศึกษา ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่าย หากไม่มีการควบคุมที่ดี

อีสุกอีใส ระบาด ในกลุ่มเด็ก: ตัวเลขที่น่าตกใจ

  • ผู้ป่วยสะสม: 752 ราย (1 ม.ค. – 7 มี.ค. 69)
  • กลุ่มเสี่ยงหลัก: เด็ก 0-14 ปี โดยเฉพาะ 5-9 และ 10-14 ปี
  • สาเหตุหลัก: การรวมกลุ่มในโรงเรียนและฤดูกาลที่เหมาะสม

นี่คือเหตุผลที่ สนพ.เฝ้าระวังอีสุกอีใส ระบาด อย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

มาตรการเชิงรุกป้องกันอีสุกอีใส ระบาด จากสนพ.

สนพ.ไม่ได้นั่งรอเฉยๆ นะคะ แต่ได้ประสานงานกับสำนักการศึกษาและเครือข่ายโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อดำเนิน School Surveillance หรือการเฝ้าระวังในโรงเรียนแบบเชิงรุก โดยคัดกรองเด็กตั้งแต่หน้าประตูโรงเรียน ถ้าพบเด็กมีไข้ ผื่นแดง หรือตุ่มน้ำใส ก็แยกกักตัวและแจ้งผู้ปกครองทันที ดีมากเลยใช่มั้ยคะ!

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำมาตรการ “ปิด-ล้าง-เลี่ยง” ที่ทุกคนทำตามได้ง่ายๆ

  • ปิด: พิจารณาสั่งปิดชั้นเรียนชั่วคราว หากพบผู้ป่วยจำนวนมาก เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ
  • ล้าง: ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิด ประตู โต๊ะเรียน อย่างสม่ำเสมอ
  • เลี่ยง: หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มใกล้ชิดกับผู้มีอาการ

ในโรงพยาบาลเอง ก็มีการจัดระบบคัดกรองผู้ป่วยอาการผื่นคัน มีไข้ แยกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อลดการแพร่เชื้อในห้องนั่งรอ นอกจากนี้ ยังสำรองเวชภัณฑ์สำคัญอย่างยาต้านไวรัส Acyclovir และอุปกรณ์ดูแลแผลให้เพียงพอต่อความต้องการ

คำเตือนพิเศษสำหรับหญิงตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หากไม่มีภูมิคุ้มกันต่ออีสุกอีใส และไปสัมผัสผู้ป่วย อาจเสี่ยงทำให้ทารกในครรภ์พิการได้นะคะ สนพ.แนะนำให้รีบพบแพทย์ภายใน 72-96 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาฉีดสารภูมิคุ้มกัน VZIG หรือรับยาต้านไวรัสทันที

อีสุกอีใสคืออะไร และป้องกันอย่างไร?

อีสุกอีใส หรือ Chickenpox เป็นโรคติดต่อเฉียบพลันจากไวรัส Varicella-zoster Virus (VZV) แพร่ทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำเหลืองจากตุ่มพอง อาการหลักคือ ไข้ ปวดเมื่อย ตามด้วยผื่นแดง คัน ตุ่มน้ำใสที่แตกเป็นสะเก็ดภายใน 5-7 วัน โรคนี้ส่วนใหญ่หายเองในเด็ก แต่ผู้ใหญ่หรือคนภูมิต่ำอาจแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ วัคซีนอีสุกอีใส ฉีด 2 เข็มในเด็กอายุ 12-15 เดือน และ 4-6 ปี ตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ล้างมือบ่อย สวมแมสในที่แออัด และหลีกเลี่ยงผู้ป่วยก็ช่วยได้มาก

จากสถิติปีก่อนๆ อีสุกอีใส ระบาด มักพุ่งสูงในเดือนมีนาคม-พฤษภาคา เพราะอากาศร้อนชื้น เหมาะกับการแพร่เชื้อ ดังนั้นช่วงนี้พ่อแม่ต้องจับตาลูกหลานให้ดีเลยค่ะ

เคล็ดลับจากเรา: ถ้าลูกรักมีอาการเริ่มต้น อย่ารอช้า รีบพาไปหาหมอเพื่อรับยาแก้คัน ลดไข้ และป้องกันแทรกซ้อน การฉีดวัคซีนล่วงหน้าเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพครอบครัว สนับสนุนให้ทุกโรงเรียนและชุมชนเข้มแข็งป้องกัน อีสุกอีใส ระบาด ไปด้วยกันนะคะ! ติดตามอัปเดตสุขภาพเพิ่มเติมในบล็อกเราได้เลย

ที่มา – สนพ.เฝ้าระวัง “อีสุกอีใส” ระบาด พบผู้ป่วยแล้ว 752 ราย จับตาเด็กอายุ 0-14 ปี ติดเพิ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: