สภาพัฒน์คาดเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้จริง ต.ค.นี้ หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำแนวทางกำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งขนาดของศูนย์ข้อมูล การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ พื้นที่ตั้ง และหน่วยงานเจ้าภาพในการกำกับดูแล
ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความต้องการใช้งานคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และบริการออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ศูนย์ข้อมูลจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ขณะเดียวกันก็ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องวางหลักเกณฑ์ที่สมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
สภาพัฒน์คาดเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้จริง ต.ค.นี้
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ส่งข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแล้ว ข้อมูลดังกล่าวมีทั้งจำนวนและประเภทของผู้ให้บริการในปัจจุบัน แนวทางจัดแบ่งขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงค่าเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าและน้ำของศูนย์ข้อมูลแต่ละประเภท
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คณะกรรมการมองเห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมได้ชัดเจนขึ้น และสามารถกำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพตลาดจริง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก ศูนย์ข้อมูลสำหรับองค์กร หรือศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกลที่รองรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก การแบ่งประเภทอย่างชัดเจนจะทำให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
สภาพัฒน์คาดเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้จริง ต.ค.นี้ หลังพิจารณาไฟฟ้าและพื้นที่ตั้ง
หนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือหลักเกณฑ์ด้านไฟฟ้า กระทรวงพลังงานจะต้องพิจารณาว่าควรกำหนดเพดานหรือระดับการใช้ไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละประเภทไว้อย่างไร ส่วนอัตราค่าไฟฟ้านั้นมีแนวทางสำหรับกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะอยู่แล้ว จึงต้องติดตามว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะเชื่อมโยงกับโครงสร้างค่าไฟและการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าอย่างไร
สำหรับศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล มีการเสนอว่าควรกำหนดระดับการใช้ไฟฟ้าไว้ที่ประมาณ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย เพราะต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการอีกครั้ง การกำหนดเกณฑ์จะต้องคำนึงถึงความสามารถของโครงข่ายไฟฟ้า ความต้องการใช้ไฟในพื้นที่ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น
ด้านพื้นที่ตั้ง หากดาต้าเซ็นเตอร์เข้าข่ายเป็นกิจการในรูปแบบอุตสาหกรรม อาจต้องดำเนินการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้สามารถจัดการระบบสาธารณูปโภค การใช้พลังงาน และผลกระทบต่อชุมชนได้อย่างเป็นระบบ แนวคิดนี้มีเป้าหมายสำคัญคือไม่ให้การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลกระทบต่อภาคครัวเรือน รวมถึงไม่ทำให้ชุมชนต้องเผชิญปัญหาทรัพยากรไม่เพียงพอ
ประเด็นที่ต้องติดตามก่อนกฎมีผลบังคับใช้
หลังจากรวบรวมข้อมูลและความต้องการของทุกฝ่ายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำร่างนโยบายสำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ จากนั้นจะต้องพิจารณากลไกการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้การกำกับดูแลกระจัดกระจายหรือมีข้อกำหนดซ้ำซ้อนกัน ผู้ประกอบการจึงควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เพราะรายละเอียดในช่วงสุดท้ายอาจส่งผลต่อการขออนุญาต การขยายโครงการ และแผนลงทุนในอนาคต
- เกณฑ์แบ่งขนาดและประเภทของดาต้าเซ็นเตอร์
- ระดับการใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแต่ละรูปแบบธุรกิจ
- แนวทางจัดการการใช้น้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง
- ข้อกำหนดด้านพื้นที่ตั้งและการเชื่อมต่อระบบสาธารณูปโภค
- หน่วยงานหลักที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพกำกับดูแล
- กระบวนการขออนุญาตและการตรวจสอบหลังเริ่มดำเนินงาน
นายดนุชาระบุว่า ไทม์ไลน์การดำเนินการจะเริ่มชัดเจนหลังครบกำหนดการรวบรวมข้อมูลภายในหนึ่งเดือน นับจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน โดยคาดว่า สภาพัฒน์คาดเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้จริง ต.ค.นี้ หรือไม่เกินกลางเดือนตุลาคม ทุกอย่างต้องเดินหน้าให้เรียบร้อย เนื่องจากหลายฝ่ายกำลังรอความชัดเจนเพื่อวางแผนการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ
ในมุมของผู้ประกอบการ การมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนจะช่วยลดความไม่แน่นอนและทำให้การลงทุนเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่ภาครัฐควรเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการ ชุมชน และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานอย่างรอบด้าน เพื่อให้กฎใหม่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมากเกินไป
โดยสรุป การกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย หากออกแบบอย่างเหมาะสม จะช่วยดึงดูดการลงทุน สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคง และดูแลผลกระทบต่อสังคมไปพร้อมกัน ผู้ประกอบการและผู้สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ และเตรียมประเมินแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ติดตามความชัดเจนของเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
ที่มา – สภาพัฒน์ คาดได้ข้อสรุปดาต้าเซ็นเตอร์ บังคับใช้จริงได้ไม่เกินกลางเดือน ต.ค. นี้


