สลด ลูกชายคลั่ง ทำร้ายแม่จนตาย อ้างถูกบังคับกินยาโรคซึมเศร้า

สลด! ลูกชายคลั่งทำร้ายแม่จนตาย อ้างกินยา

เป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อลูกชายวัย 31 ปี ก่อเหตุลูกชายคลั่งทำร้ายแม่จนตาย อ้างกินยารักษาโรคซึมเศร้า โดยอ้างว่าถูกบังคับให้กินยา แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับว่าเป็นโรคดังกล่าว ยืนยันว่าเป็นคนปกติ ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 4 กันยายน 2568 เมื่อ ร.ต.อ.อนิวัฒน์ ขอบเพชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.4 ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ และ นายพิชัย วันตา นายอำเภอบ้านไผ่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนโล่ง ภายในห้องนอนชั้นสอง พบ นายกอล์ฟ อายุ 31 ปี ผู้เป็นลูกชายคลั่งทำร้ายแม่จนตาย อ้างกินยา นั่งอยู่ข้างศพของมารดา สภาพศพสวมเสื้อสีเหลือง กางเกงขายาวสีดำ ใบหน้าบวมปูด มีเลือดไหลออกจากปากและจมูก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัวนายกอล์ฟไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายกอล์ฟอ้างว่าถูกแม่บังคับให้กินยารักษาโรคซึมเศร้า ทั้งที่ตนเองเป็นคนปกติ จึงมีปากเสียงและทำร้ายร่างกายแม่ เนื่องจากไม่อยากกินยา และยอมรับว่ามีความเครียดจากเรื่องต่างๆ จนเกิดความกังวล อยากอยู่คนเดียวอย่างสงบ เมื่อถูกแม่บังคับให้กินยาจึงขาดสติและทำร้ายแม่อย่างรุนแรงจนเสียชีวิต

นายอ่อนสา มาศรี อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านลาน ม.4 ให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงผู้ตายร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน เมื่อเปิดเข้าไปได้ก็เห็นลูกชายนั่งสมาธิอยู่ใกล้ศพแม่ จึงรีบแจ้งตำรวจ โดยไม่ทราบว่าลูกชายทำร้ายแม่อย่างไร สันนิษฐานว่าอาจใช้กำปั้น เท้าเตะต่อย หรือจับศีรษะแม่กระแทกกับเสาบ้าน

นายพิชัย วันตา นายอำเภอบ้านไผ่ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเป็นแม่ลูกกัน ญาติและชาวบ้านให้ข้อมูลตรงกันว่า นายกอล์ฟทำงานอยู่ต่างจังหวัด แต่ตกงานและกลับมาอยู่กับแม่ได้เกือบ 2 ปี แม่สังเกตว่าลูกชายมีลักษณะคล้ายคนมีปัญหาทางจิต แต่ลูกชายไม่ยอมรับ จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายกอล์ฟไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้นไม่พบสารเสพติด ในหมู่บ้านไม่เคยมีพฤติกรรมอาละวาดหรือทะเลาะกับใคร

ชาวบ้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน นายกอล์ฟไปนอนที่วัด พ่อจึงไปตามกลับมานอนที่บ้านปู่ (บ้านที่เกิดเหตุ) แม่เป็นห่วงจึงมานอนเฝ้าลูก และสังเกตว่าลูกมีอาการซึมเศร้า เหม่อลอย จึงพยายามให้ไปพบแพทย์ แต่ลูกชายปฏิเสธ จึงไปขอยาแก้เครียดจากญาติมาให้กิน แต่ลูกไม่ยอมกิน อ้างว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร จนเกิดการทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายแม่จนเสียชีวิต

พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่าโมโหที่ถูกบังคับให้กินยาคลายเครียดหรือยาโรคซึมเศร้า แต่เจ้าตัวยืนยันว่าตนเองไม่ป่วย จึงไม่ยอมกินยา และโมโหที่แม่บังคับ จึงลงมือทำร้ายแม่จนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าบุพการีและควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลูกชายคลั่งทำร้ายแม่จนตาย อ้างกินยา

เหตุการณ์สลดใจนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจ และการรับฟังปัญหาของคนในครอบครัว การสื่อสารที่เปิดอกและการเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ นอกจากนี้ การบังคับให้ใครทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเขา อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการสูญเสียที่ไม่คาดฝันได้ เหตุการณ์ ลูกชายคลั่งทำร้ายแม่จนตาย อ้างกินยา นี้ ควรเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับสังคม

ผลกระทบทางสังคมจากเหตุการณ์ลูกชายคลั่งทำร้ายแม่จนตาย อ้างกินยา

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเช่นกรณีนี้ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคม สร้างความสะเทือนใจและความหวาดกลัวให้กับผู้คน การตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตและการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

  • การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ
  • การส่งเสริมการสื่อสารและความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
  • การสร้างช่องทางให้ผู้ที่มีปัญหาสามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างง่ายดาย

เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน การใส่ใจ ดูแล และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความรุนแรงและสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่

คดีนี้สะท้อนปัญหาการขาดการสื่อสารและความเข้าใจภายในครอบครัว การบังคับให้กินยาโดยไม่สอบถามความสมัครใจของผู้ป่วยอาจทำให้เกิดความเครียดและความไม่พอใจสะสม ซึ่งนำไปสู่การระเบิดอารมณ์และการกระทำที่รุนแรงได้ การรับฟังและให้เกียรติซึ่งกันและกันในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – สลด ลูกชายคลั่ง ทำร้ายแม่จนตาย อ้างถูกบังคับกินยาโรคซึมเศร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: