สส.กล้าธรรม โต้ปมตลาด อ.ต.ก. พะเยา ย้ำศักยภาพ อย่าปิดประตูการค้าเกษตรของภาคเหนือ
กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมากในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ เมื่อมีการตั้งคำถามถึงความจำเป็นของ สส.กล้าธรรม โต้ปมตลาด อ.ต.ก. พะเยา ย้ำศักยภาพ อย่าปิดประตูการค้าเกษตรของภาคเหนือ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนมูลค่ากว่า 168 ล้านบาท ซึ่งนายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้อย่างชัดเจน
นายจีรเดช อธิบายว่า การเลือกจังหวัดพะเยาไม่ได้เป็นเพียงความบังเอิญ แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้จังหวัดพะเยาเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรจากภูมิภาคเหนือตอนบน ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ หรือลำปาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงศักยภาพการเชื่อมต่อผ่านถนน R3A และโครงการรถไฟไทย-ลาว-จีน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ทำไมโครงการ อ.ต.ก. พะเยา ถึงสำคัญต่อเกษตรกร?
หลายคนมองว่าการลงทุนของภาครัฐในครั้งนี้อาจทับซ้อนกับตลาดเอกชน แต่นายจีรเดชได้ย้ำหนักแน่นว่า สส.กล้าธรรม โต้ปมตลาด อ.ต.ก. พะเยา ย้ำศักยภาพ อย่าปิดประตูการค้าเกษตรของภาคเหนือ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:
- เพิ่มอำนาจต่อรอง: อ.ต.ก. ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำกำไรเหมือนเอกชน แต่มีภารกิจหลักในการดูแลพี่น้องเกษตรกรให้เข้าถึงตลาดการค้าที่ยุติธรรม
- ศูนย์กลางโลจิสติกส์: พะเยาคือจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว
- รองรับรถไฟไทย-ลาว-จีน: เป็นการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อก้าวสู่ระดับสากล
แม้หลายฝ่ายจะกังวลเรื่องสถานะทางการเงินขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร แต่การปฏิเสธโครงการทั้งหมดโดยมองเพียงแค่มิติเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน นายจีรเดชจึงอยากฝากให้ช่วยกันมองถึงประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในระยะยาวมากกว่าการจ้องจับผิดทางการเมืองเพียงอย่างเดียว
ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องเฝ้ามองกันต่อไปว่าโครงการนี้จะสามารถผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมและช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกรได้จริงหรือไม่ แต่นี่คือสัญญาณบวกของการพยายามหาทางออกให้กับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ห่างไกลให้มีช่องทางในการทำมาหากินที่มั่นคงขึ้น
ที่มา – สส.กล้าธรรม โต้ปมตลาด อ.ต.ก. พะเยา ย้ำศักยภาพ อย่าปิดประตูการค้าเกษตรของภาคเหนือ




