สส.พรรคส้มจวกเละ “ศุภจี” บริหารเศรษฐกิจแบบผักชีโรยหน้า
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองไทย เมื่อนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะโครงการ “ข้าวแกง 40 บาท” ที่ถูกมองว่าเป็นเพียงสส.พรรคส้มจวกเละ “ศุภจี” บริหารเศรษฐกิจแบบผักชีโรยหน้า ซึ่งเน้นการประชาสัมพันธ์มากกว่าการแก้ปัญหาปากท้องที่แท้จริงให้กับประชาชน
นายสิทธิพลชี้ให้เห็นว่า การที่รัฐบาลพยายามทำโครงการเชิงสัญลักษณ์ขึ้นมา แต่มักจะสอบตกในแง่ของการปฏิบัติจริงนั้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารยังไม่เข้าใจถึงโครงสร้างปัญหาที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นจากต้นทุนพลังงาน แม้ในวันที่ราคาน้ำมันโลกจะลดลง แต่ราคาสินค้ากลับไม่ยอมปรับตัวลงตาม ซึ่งนี่คือจุดตายของการบริหารงานที่ขาดการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง
เปิดกลยุทธ์ “ศุภจี” กับปัญหาผักชีโรยหน้าที่ประชาชนสัมผัสไม่ถึง
สส.พรรคประชาชนยังได้ขยี้ประเด็นสำคัญที่ประชาชนกำลังตั้งคำถามว่า เหตุใดโครงการต่างๆ ในยุคนี้จึงมีลักษณะ “ทำแล้วแต่ไม่ถึงมือคนเดือดร้อนจริงๆ” ไม่ว่าจะเป็น:
- ปุ๋ยธงเขียว: ที่นโยบายดูดีบนกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติช่วยเกษตรกรได้ไม่ถึง 1% ของความต้องการจริง
- ค่า GP แพลตฟอร์ม: ที่ช่วยผู้ประกอบการได้เพียงหลักพันคน ในขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบมีจำนวนระดับล้าน
- รถพุ่มพวง: โครงการที่ตั้งงบประมาณไปแต่เข้าไม่ถึงชุมชน จนกลายเป็นคำถามคาใจคนรากหญ้าว่า “รถพุ่มพวงหายไปไหน?”
ด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายฝ่ายมองว่าการที่โครงการ “ข้าวแกง 40 บาท” ต้องถูกพับเก็บและชะลอโครงการไปนั้น เพราะมันคือตัวอย่างที่ชัดเจนของ สส.พรรคส้มจวกเละ “ศุภจี” บริหารเศรษฐกิจแบบผักชีโรยหน้า ที่ไม่มีใครได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งฝั่งผู้บริโภคที่มองว่าของดีราคาถูกหาไม่ได้จริง หรือฝั่งผู้ค้าที่แบกรับภาระต้นทุนสูงลิ่ว
นอกจากนี้ นายสิทธิพลยังแนะนำให้รัฐบาลเบนเข็มไปดูปัญหาที่เป็นเนื้อเป็นหนังกว่านี้ เช่น การแก้ไขนโยบายภาษีที่กีดกันผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยที่มีรายได้เกิน 1.8-2 ล้านบาทต่อปี เพราะนโยบายในปัจจุบันกลับกลายเป็นการเพิ่มภาระให้ร้านค้าต้องแบกต้นทุนจนไปไม่รอด แทนที่จะส่งเสริมให้พวกเขาเติบโตได้มากกว่านี้
ท้ายที่สุด การทำงานของรัฐมนตรีศุภจีในสายตาของ สส.ฝ่ายค้าน คือคำถามชิ้นใหญ่ว่า “ท่านหายไปไหน” ไม่ใช่เพราะความคิดถึง แต่เพราะประชาชนต้องการเห็นมาตรการเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและสอดคล้องกับวิกฤต มากกว่าการสร้างภาพเพียงให้ชื่อว่าได้ทำแล้ว หากรัฐบาลยังคงบริหารจัดการด้วยแนวทางเดิม ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงไม่ต่างจากเดิม คือความผิดหวังของประชาชนที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ที่มา – สส.พรรคส้มจวกเละ “ศุภจี” บริหารเศรษฐกิจแบบผักชีโรยหน้า

