สส.พรรคประชาชนหอบชื่อนามสกุลสาวนกต่อล่อซื้อเสียงโหวตให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีกับหญิงสาวที่ใช้เบอร์โทรศัพท์ปริศนาติดต่อมาเพื่อขอซื้อเสียงโหวตในร่างพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ โดยนายชัชวาลได้มอบหลักฐานเป็นคลิปเสียงสนทนาทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตปี 2561 มาตรา 176
นายชัชวาลให้สัมภาษณ์ว่า จุดประสงค์ของการแจ้งความครั้งนี้คือต้องการให้มีการดำเนินคดีกับบุคคลที่ปรากฏชื่อจริง นามสกุลจริง รวมถึงภูมิลำเนา ในคลิปเสียง เนื่องจากเป็นบุคคลเดียวกับที่ติดต่อ นายวีรนันท์ ฮวดศรี สส.ขอนแก่น เขต 1 ของพรรค ซึ่งได้มีการพบปะพูดคุยกันแล้ว นายชัชวาลมองว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่การใช้นอมินีเพียงชั้นเดียว แต่อาจมีกระบวนการที่ซับซ้อนกว่านั้น การตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวมีอำนาจมากน้อยเพียงใดอาจไม่สำคัญเท่ากับการสืบสวนว่าใครเป็นผู้สั่งการ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากกว่า
นายชัชวาลย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 เมื่อหญิงคนดังกล่าวได้ติดต่อกับ สส.วีรนันท์ก่อน โดยระหว่างการสนทนามีการพูดคุยกับบุคคลที่สามด้วย จากนั้นในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 หญิงคนนี้ได้โทรศัพท์มาหานายชัชวาลโดยตรง
ทั้งนี้ นายชัชวาลกล่าวว่า “ขอย้ำอีกครั้ง ผมไม่เคยกล่าวหาใคร เพราะอาจเป็นขบวนการสร้างเรื่องเพื่อต้องการดิสเครดิต สส. ของพรรคประชาชนก็ได้”
ตำรวจเร่งสอบสวน “สาวนกต่อล่อซื้อเสียงโหวต”
นายชัชวาลกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อจริง นามสกุลจริง รวมถึงภูมิลำเนาของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็จะสามารถเรียกตัวมาสอบสวนได้อย่างไม่ยาก ทุกอย่างจะได้รับการตรวจสอบและเปิดเผยข้อเท็จจริงให้กระจ่าง
ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือการที่ สส.พรรคประชาชนออกมาเปิดเผยข้อมูลและดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อต้านการทุจริตและการซื้อเสียงในวงการการเมือง การที่นายชัชวาลเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่อาจมีขบวนการดิสเครดิตอยู่เบื้องหลัง ก็เป็นการเปิดประเด็นให้สังคมได้พิจารณาถึงแรงจูงใจและความซับซ้อนของเรื่องนี้
การดำเนินการของ สส. ชัชวาลในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังกลุ่มคนที่คิดจะใช้วิธีการที่ไม่สุจริตในการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง การเปิดโปงขบวนการสส.พรรคประชาชนหอบชื่อนามสกุลสาวนกต่อล่อซื้อเสียงโหวตให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ จะเป็นบทเรียนสำคัญและเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงผลเสียที่จะตามมา
การที่ สส. ชัชวาลเน้นย้ำว่า เขาไม่ได้กล่าวหาใคร แต่ต้องการให้มีการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง ถือเป็นท่าทีที่เหมาะสมและแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการให้ข้อมูล การปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมด
คดีนี้จะเป็นบทพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมในการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง หากเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจนพบผู้บงการเบื้องหลังได้ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเป็นก้าวสำคัญในการสร้างการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
การที่ สส. กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูลและดำเนินการทางกฎหมาย ถือเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนกล้าที่จะออกมาปกป้องสิทธิของตนเองและร่วมกันต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและน่าอยู่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะสามารถขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ได้หรือไม่ และจะมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างไร เพราะผลลัพธ์ของคดีนี้ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมและอนาคตของการเมืองไทย
การที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมา จะช่วยกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการซื้อเสียงและผลกระทบที่เกิดขึ้น การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไม่สนับสนุนการซื้อเสียง และเลือกนักการเมืองที่มีคุณธรรม จะเป็นหนทางที่ยั่งยืนในการแก้ไขปัญหานี้
สส.พรรคประชาชนหอบชื่อนามสกุลสาวนกต่อล่อซื้อเสียงโหวตให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ถือเป็นความกล้าหาญที่น่ายกย่อง และหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้น
ที่มา – สส.พรรคประชาชนหอบชื่อนามสกุลสาวนกต่อล่อซื้อเสียงโหวตให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว




