สหรัฐฯ เผย ทหารเรือ-นาวิกโยธิน 3,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว ข่าวนี้สร้างความสนใจอย่างมากในวงการข่าวต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ตึงเครียด โดยเฉพาะความขัดแย้งกับอิหร่าน เรือรบยักษ์ ยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) ได้นำกำลังพลจำนวนมหาศาลนี้มาถึงพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569
สหรัฐฯ เผย ทหารเรือ-นาวิกโยธิน 3,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างเป็นทางการว่า เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli (LHA 7) พร้อมทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ กว่า 3,500 นาย ได้เดินทางมาถึงตะวันออกกลางเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ เรือลำนี้ประจำการอยู่ที่ญี่ปุ่น และถูก调动มาสนับสนุนภารกิจในภูมิภาคนี้ท่ามกลางสงครามที่กำลังคุกรุ่นกับอิหร่าน
หน่วยนาวิกโยธินปฏิบัติการเฉพาะกิจ (Marine Expeditionary Unit: MEU) ที่ติดตั้งบนเรือ USS Tripoli ถือเป็นกำลังรบที่ทรงพลัง สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การอพยพพลเมืองจำนวนมาก การบุกจู่โจมทางบก การสนับสนุนทางอากาศ และแม้แต่ปฏิบัติการพิเศษ หน่วยนี้ประกอบด้วยส่วนรบภาคพื้นดิน ทางอากาศ และโลจิสติกส์ครบครัน ทำให้ผู้บัญชาการมีตัวเลือกในการรับมือวิกฤตได้อย่างยืดหยุ่น
บทบาทของ USS Tripoli และ MEU ในตะวันออกกลาง
ตามรายงานจาก CNN เพนตากอนได้วางแผนส่ง MEU เข้าสู่ภูมิภาคนี้ โดย USS Tripoli เป็นเรือหลักของกองเรือสะเทินน้ำสะเทินบก แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการวางกำลังพลระบุว่า การมาถึงของกำลังนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปะทะทางทะเล การสนับสนุนพันธมิตรอย่างอิสราเอล หรือการป้องกันช่องแคบฮอร์มุซ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องตอบคำถามจากสื่อเกี่ยวกับการส่งทหารภาคพื้นดินเพิ่มเติม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันหลังประชุม G7 ว่า สหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายต่ออิหร่านได้โดยไม่ต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดินแม้แต่นายเดียว สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่เน้นการรบทางอากาศและทะเล
สถานการณ์ตะวันออกกลางและผลกระทบโลก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น อิหร่านถูกกล่าวหาว่าขยายอิทธิพลผ่านกลุ่มตัวแทนในเลบานอน ซีเรีย และเยเมน ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเพิ่มการโจมตีทางอากาศ การมาถึงของทหารเรือ-นาวิกโยธิน 3,500 นาย จึงเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์
- USS Tripoli: เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินรบแนวหน้า สามารถรองรับ F-35B และ Osprey
- MEU: หน่วยพร้อมรบใน 6 ชั่วโมง สามารถปฏิบัติการได้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ต้องพึ่งฐานทัพ
- บริบท: สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ที่อาจลุกลามสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การส่งกำลังครั้งนี้ไม่ใช่การเตรียมรบเต็มรูปแบบ แต่เป็นการแสดงแสนยานุภาพเพื่อกดดันอิหร่านให้ถอยทัพ นอกจากนี้ ยังช่วยปกป้องเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงน่าจับตา สหรัฐฯ เผย ทหารเรือ-นาวิกโยธิน 3,500 นาย เดินทางถึงแล้ว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ แนะนำติดตามอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ
ที่มา – สหรัฐฯ เผย ทหารเรือ-นาวิกโยธิน 3,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว


