ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพงและค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูง รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ฝ่ายค้านวิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด “สิริพงศ์” โต้ฝ่ายค้านกู้ 4 แสนล้านไม่ใช่ตีเช็คเปล่า โดยยืนยันว่าเงินก้อนนี้จะส่งตรงถึงมือชาวบ้านจริงๆ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ใช่เอาไปสร้างถนนแบบในอดีต
“สิริพงศ์” โต้ฝ่ายค้านกู้ 4 แสนล้านไม่ใช่ตีเช็คเปล่า
วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์โต้แย้งฝ่ายค้านที่กล่าวหาว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นเพียง “ตีเช็คเปล่า” โดยนายสิริพงศ์ชี้แจงว่า แตกต่างจากโครงการกู้เงินในยุคก่อนหน้าที่มักนำเงินไปใช้กับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ถนนหรือสะพาน ซึ่งเงินไม่ค่อยถึงมือประชาชนโดยตรง
สำหรับ พ.ร.ก.ล่าสุดนี้ เงินทั้งหมดจะถูกส่งตรงถึงประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 2 แสนล้านบาทแรก สำหรับเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง ผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือน และอีก 2 แสนล้านบาท สำหรับสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น การช่วยเหลือดอกเบี้ยสำหรับติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบคนละครึ่ง ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟฟ้าระยะยาวให้กับประชาชน
ทำไมต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วน
นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายค้านอาจไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการช่วยเหลือแบบตรงไปตรงมาเช่นนี้ ซึ่งต่างจากอดีตที่เงินกู้มักถูกใช้กับโครงการขนาดใหญ่ แต่ครั้งนี้รัฐบาลมั่นใจว่าเข้าเงื่อนไขเร่งด่วน เนื่องจากงบกลางปีปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากราคาน้ำมันและพลังงานที่สูงขึ้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งดำเนินการก่อนที่งบประมาณปี 2568 จะออกมา
นอกจากนี้ ยังมีการตอบโต้กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความเร่งด่วนของ พ.ร.ก. โดยยืนยันว่าฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลได้ตรวจสอบแล้วว่าครบถ้วนตามเงื่อนไขทุกประการ
รายละเอียดโครงการที่เงินจะถึงมือประชาชน
- ไทยช่วยไทยพลัส (2 แสนล้านบาทแรก): โครงการนี้จะช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันแพง โดยอาจเป็นเงินสดหรือบัตรช่วยเหลือเพื่อลดค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถยนต์ ส่งตรงเข้าบัญชีประชาชน ลดภาระค่าครองชีพทันที
- เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด (2 แสนล้านบาทหลัง): สนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน (โซลาร์รูฟท็อป) รัฐช่วยดอกเบี้ย 50% ประชาชนช่วยอีก 50% ช่วยให้บ้านเรือนผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟฟ้าต่อเดือนหลายร้อยบาท สอดคล้องกับนโยบายพลังงานยั่งยืน
โครงการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยคาดว่าจะสร้างการจ้างงานในภาคพลังงานหมุนเวียนนับหมื่นตำแหน่ง
จากประสบการณ์ในอดีต การกู้เงินเพื่อโครงสร้างพื้นฐานมักใช้เวลานานและเงินรั่วไหล แต่รูปแบบใหม่นี้เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เงินเข้าบัญชีตรง ประชาชนได้ประโยชน์จริง “สิริพงศ์” โต้ฝ่ายค้านกู้ 4 แสนล้านไม่ใช่ตีเช็คเปล่า อย่างชัดเจน
ในมุมมองของผู้เขียน การช่วยเหลือแบบนี้เป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลที่หันมาโฟกัสประชาชนเป็นศูนย์กลาง แทนการลงทุนโครงสร้างที่อาจล่าช้า คุณล่ะคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือเพื่อนๆ กันนะครับ
ที่มา – “สิริพงศ์” โต้ฝ่ายค้านกู้ 4 แสนล้านไม่ใช่ตีเช็คเปล่า แจงเงินถึงมือชาวบ้านผ่าน “ไทยช่วยไทยพลัส”


