ในสถานการณ์ที่เรือสินค้าและเรือขนส่งน้ำมันของไทยกำลังเผชิญอุปสรรคในการเดินทางผ่านเส้นทางสำคัญของโลก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับประเด็นร้อน “สีหศักดิ์” ไม่ทราบเรือขนน้ำมันไทยแวะสิงคโปร์ จ่อเจรจาขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนในแวดวงพลังงานและการค้าต่างจับตา
“สีหศักดิ์” ไม่ทราบเรือขนน้ำมันไทยแวะสิงคโปร์ จ่อเจรจาขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบ ซึ่งมีปริมาณน้ำมันราว 20-30% ของการค้าทั่วโลกผ่านช่องแคบนี้ทุกวัน ช่องแคบนี้ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลอาหรับ ถูกควบคุมโดยอิหร่านและโอมาน ทำให้เกิดความท้าทายสำหรับเรือสินค้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก ปัจจุบันเรือไทยหลายลำติดค้างเนื่องจากข้อกำหนดเข้มงวดจากฝั่งอิหร่าน ซึ่งต้องการข้อมูลละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ปลายทาง และเจ้าของเรือ
การเตรียมข้อมูลเรือไทยเพื่อเจรจา
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยหลังการประชุมที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ว่า ได้มีการรวบรวมรายละเอียดเรือแต่ละลำที่ติดค้างอย่างละเอียด เช่น สินค้าภายในเรือคืออะไร มาจากไหน และปลายทางคือประเทศใด เพื่อใช้ในการเจรจากับอิหร่าน โดยในวันที่ 15-16 เมษายนนี้ จะเดินทางเยือนโอมานเพื่อหารือวิธีการประสานงานกับอิหร่านให้เรือไทยผ่านช่องแคบได้อย่างราบรื่น “เราต้องมีข้อมูลครบถ้วนที่เขาต้องการ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ปมเรือขนน้ำมันไทยแวะสิงคโปร์
เมื่อถูกถามถึงข้อสังเกตจากนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชี้ว่ามีเรือขนน้ำมันไทยแวะส่งสินค้าที่สิงคโปร์แทนที่จะตรงดิ่งมาประเทศไทย นายสีหศักดิ์ ตอบว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ แต่ได้ติดต่อให้เรือลำนั้นกลับประเทศไทยแล้ว และย้ำชัดว่า เรือไทยต้องส่งสินค้าที่ไทยเท่านั้น เพราะการขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น กระทำในนามประเทศไทย แม้จะเป็นบริษัทเอกชนก็ตาม หากมีการแวะพักหรือส่งสินค้าที่อื่น อาจกระทบต่อการเจรจาได้
- รวบรวมข้อมูลเรือสินค้าและน้ำมันที่ติดค้าง
- เยือนโอมานเพื่อประสานอิหร่าน
- ยืนยันเรือไทยต้องมุ่งหน้ามาไทย ไม่แวะส่งสินค้าที่อื่น
- ตรวจสอบความเหมาะสมของน้ำมันรัสเซียสำหรับโรงกลั่นไทย
ความคืบหน้าเรื่องซื้อน้ำมันรัสเซีย
นอกจากประเด็นช่องแคบฮอร์มุซแล้ว นายสีหศักดิ์ ยังอัปเดตเรื่องการเจรจาซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยระบุว่ารัสเซียยินดีขายในหลักการ แต่ขึ้นอยู่กับกระทรวงพลังงานและ ปตท. ที่ต้องพิจารณารายละเอียด เช่น คุณภาพน้ำมันเหมาะกับโรงกลั่นไทยหรือไม่ ปัญหาการชำระเงินผ่านระบบธนาคารที่อาจเสี่ยงต่อการคว่ำบาตรจากตะวันตก และอุปสรรคในการโอนเงิน ซึ่งต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองระหว่างประเทศที่ส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานของไทย ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% การแก้ไขปัญหาเรือติดค้างและการหาแหล่งน้ำมันราคาถูกจึงเป็นวาระเร่งด่วน หากสำเร็จจะช่วยลดต้นทุนพลังงานและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศได้
ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของนายสีหศักดิ์ แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการใช้การทูตแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ แนะนำให้ติดตามทริปเยือนโอมาน เพราะอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเรือไทยหลายสิบลำที่รอคอย
ที่มา – “สีหศักดิ์” ไม่ทราบเรือขนน้ำมันไทยแวะสิงคโปร์ จ่อเจรจาขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ


