กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและการขนส่งสาธารณะ เมื่อนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมเตรียมนำนโยบาย “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งหลายฝ่ายต่างจับตามองว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อภาระทางการคลังและการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่
ข้อเท็จจริงเบื้องหลังนโยบาย “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน”
นายสุรเชษฐ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสำคัญผ่านหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า Induced Demand หรือการกระตุ้นความต้องการเดินทางจากการที่รัฐลดราคาค่าโดยสารลงโดยไม่มีฐานต้นทุนที่แท้จริงรองรับ นายสุรเชษฐ์ย้ำว่าการทำนโยบาย 40 บาทตลอดวันนั้น อาจกลายเป็นการโอนงบประมาณภาษีของประชาชนไปอุดหนุนส่วนต่างให้กับกลุ่มทุนผู้รับสัมปทาน ยิ่งคนใช้บริการรถไฟฟ้ามากเท่าไหร่ รัฐยิ่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินชดเชยมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งไม่ส่งผลดีต่องบประมาณแผ่นดินในระยะยาว
มุมมองต่อการปรับโครงสร้างราคาขนส่งมวลชนในอนาคต
แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงตัวเลขราคาที่ดูเหมือนจะถูก แต่กลับสร้างภาระงบประมาณ พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากกว่า ได้แก่:
- การผลักดันอัตราค่าโดยสารร่วมที่สมเหตุสมผล เช่น 17-45 บาทตลอดสาย
- การนำระบบ Central Clearing House ตาม พ.ร.บ.ตั๋วร่วม มาใช้จริง
- การปฏิรูประบบรถเมล์ให้เป็น Feeder เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า เพื่อให้การเดินทางครอบคลุมถึงประชาชนทุกคน
- การลดปัญหาค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอย่างตรงจุด ไม่ใช่เลือกทำเพียงบางสาย
นายสุรเชษฐ์ยังแสดงความเห็นอย่างมั่นใจว่า พรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนการลดภาระค่าเดินทาง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของวินัยการเงินการคลัง และต้องพัฒนาไปพร้อมกับการเชื่อมต่อระหว่างรถเมล์กับรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่นโยบายที่ฉาบฉวย
ท้ายที่สุดนี้ สังคมต้องร่วมกันจับตาว่ารัฐบาลจะตัดสินอย่างไร หากเลือกดำเนินนโยบายตามกระแสโดยขาดการวางแผนระยะยาว ความเสียหายอาจไม่ตกอยู่ที่ใครนอกจากประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนที่ต้องแบกรับหนี้สินสาธารณะในอนาคต ดังนั้น “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขค่าโดยสาร แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ที่มา – “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” ฟันธงไม่กล้าประกาศใช้ในสิ้นปี


