หมอยง เผย 'ไวรัสฮันตา' พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำมากสำหรับคนไทย ไม่ต้องตื่นตระหนก! ในช่วงที่ข่าวไวรัสฮันตากำลังเป็นกระแส โดยเฉพาะสายพันธุ์ Andes ที่ระบาดในอาร์เจนติน่าทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย หลายคนเริ่มกังวลว่าประเทศไทยจะเสี่ยงหรือไม่ วันนี้เรามีข้อมูลจากศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาอธิบายให้ฟังแบบชัดเจน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและคลายความกังวลกันครับ

หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 หมอยงได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “โรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) น่ากลัวไหมสำหรับประเทศไทย” โดยย้ำว่าหมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับที่กำลังระบาดในต่างประเทศ ทำให้ความเสี่ยงต่ำมาก ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวลอะไร

ไวรัสฮันตาคืออะไร? ทำความรู้จักเบื้องต้น

ไวรัสฮันตา หรือ Hantavirus เป็นไวรัสกลุ่ม RNA virus ในวงศ์ Hantaviridae มีแหล่งรังโรคหลักคือหนูและสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูพุก ชื่อ “ฮันตา” มาจากแม่น้ำฮันตันในเกาหลีใต้ ที่ค้นพบหลังสงครามเกาหลี หมอยงเล่าว่า สมัยเรียนท่านก็รู้จักไวรัสนี้แล้ว เพราะต้องแยกจากไข้เลือดออกและโรคฉี่หนู เนื่องจากอาการคล้ายกัน

การติดเชื้อเกิดจากการสูดดมฝุ่นหรือละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลายของหนู หรือสัมผัสโดยตรง ถูกหนูกัด (น้อยมาก) โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นสายพันธุ์ Andes ในอเมริกาใต้ที่เป็นข่าว

อาการของโรคไวรัสฮันตา แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

โรคนี้พบทั่วโลก แบ่งอาการได้ 2 แบบ:

  • กลุ่ม Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS): คล้ายไข้เลือดออก มีไตวาย พบมากในเอเชียและยุโรป
  • กลุ่ม Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS): ปัญหาทางปอด หายใจล้มเหลว พบในอเมริกา โดยเฉพาะใต้

อาการเริ่มต้นคือไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน รุนแรงอาจไตวาย เลือดออก น้ำท่วมปอด สายพันธุ์ Andes ที่ระบาดตอนนี้อัตราตายสูงถึง 30-40% เลยทีเดียว

ไวรัสฮันตาในประเทศไทย: พบมานานแต่เสี่ยงต่ำ

ประเทศไทยเคยพบหลักฐานไวรัสฮันตาและแอนติบอดีในหนูและมนุษย์ โดยเฉพาะในหนูพุกและคนที่สัมผัสหนูบ่อย เช่น เกษตรกร มีการตรวจสารพันธุกรรมในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด แต่สายพันธุ์ที่พบในไทยเป็นคนละตัวกับ Andes ที่ระบาด และมีมานานกว่า 40-50 ปีแล้ว โรคนี้ในไทยพบน้อยมาก ความเสี่ยงจึงต่ำสุดๆ

เพื่อยืนยัน หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ ทำให้ไม่ต้องกลัวเกินเหตุ ข้อมูลนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกได้ดี

วิธีป้องกันไวรัสฮันตาในชีวิตประจำวัน

ถึงเสี่ยงต่ำ แต่ป้องกันได้ง่ายๆ เช่น

  • ทำความสะอาดบ้านเรือน หลีกเลี่ยงฝุ่นจากรังหนู
  • ใส่ถุงมือเมื่อจัดการขยะหรือสัมผัสของเก่า
  • ปิดช่องทางเข้าหนู ไม่สะสมเศษอาหาร
  • ถ้ามีอาการไข้สูงหลังสัมผัสหนู ไปพบแพทย์ทันที

การป้องกันพื้นฐานเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหนูได้ทุกชนิด ไม่ใช่แค่วิรัสฮันตา

สรุปแล้ว จากข้อมูลของหมอยง ไวรัสฮันตาไม่ใช่ภัยร้ายสำหรับไทย เพราะสายพันธุ์ต่างกันและพบมานาน ความเห็นส่วนตัวคือ อย่าตื่นตระหนก แต่เน้นสุขอนามัยดีไว้ก่อน สุดท้าย อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อช่วยลดข่าวลือและเพิ่มความรู้กันนะครับ!

ที่มา – หมอยง เผย “ไวรัสฮันตา” พบในไทยมานาน แต่คนละสายพันธุ์ ย้ำความเสี่ยงต่ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: