เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อหัวหน้าคว้าปืนตบหน้าลูกน้อง กระสุนลั่นเข้าแก้มดับ อ้างแค่จะตบสั่งสอน เกิดขึ้นที่ไซต์งานก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและชุมชนใกล้เคียง เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนปัญหาความขัดแย้งในที่ทำงาน แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของอาวุธปืนที่พกพาโดยไม่ระมัดระวัง
หัวหน้าคว้าปืนตบหน้าลูกน้อง กระสุนลั่นเข้าแก้มดับ อ้างแค่จะตบสั่งสอน
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 15.17 น. เกิดเหตุสลดที่ไซต์งานก่อสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งปากห้วยวังนอง เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี นายประหยัด อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นพนักงานขับรถบรรทุก ถูกยิงด้วยปืนขนาด .38 เข้าที่โหนกแก้มซ้ายเสียชีวิตคาที่ ผู้ก่อเหตุคือ นายฉันทิชย์ อายุ 57 ปี หัวหน้าคุมไซต์งาน ที่หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปก่อน แต่ต่อมาลงมือมอบตัวกับตำรวจ
จากคำบอกเล่าของนายวิชิต พ่อตาของผู้เสียชีวิต ระบุว่าก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันครั้งแรกช่วงบ่ายโมง เพราะนายฉันทิชย์ไม่พบตัวนายประหยัดที่ไซต์งาน ติดต่อไม่ได้เนื่องจากนายประหยัดไปส่งเหล็กเส้นที่หน้างานอื่น เมื่อกลับมา也被ต่อยจนโต้เถียงกัน นายวิชิตเข้าห้ามปรามจนผู้ก่อเหตุดูขับรถออกไป แต่ 2 ชั่วโมงต่อมา นายฉันทิชย์กลับมาพร้อมปืน และท้าทายกันอีก เมื่อนายประหยัดวิ่งเข้าใกล้ นายฉันทิชย์จึงใช้ปืนตบหน้า แต่เกิดปืนลั่นเข้าที่โหนกแก้มทันที
ครอบครัวผู้ตายโศกเศร้า ลูกๆ พบศพพ่อร้องไห้แทบขาดใจ
ภาพที่สะเทือนใจที่สุดคือ ลูกชายและลูกสาวของนายประหยัดที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน พบศพพ่อนอนจมกองเลือด ร้องไห้สะอึกสะอื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเข้าปลอบโยนอย่างใกล้ชิด ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ครอบครัวแตกสลาย แต่ยังทิ้งคำถามถึงความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้าง
- สาเหตุหลัก: ปากเสียงเรื่องงาน ไม่พอใจที่ลูกน้องไม่อยู่ไซต์
- อาวุธที่ใช้: ปืน .38 ที่พกโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การรับสารภาพ: อ้างบันดาลโทสะ ตั้งใจแค่ตบสั่งสอน แต่ปืนลั่น
หลังเกิดเหตุ นายฉันทิชย์ติดต่อมอบตัวพร้อมปืนของกลาง ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในห้องควบคุม รอทนายความเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำไปชี้จุดเกิดเหตุแล้ว จะฝากขังในวันที่ 6 ก.พ. 2569
ผู้ก่อเหตุเครียดหนัก อยากขอโทษและชดเชยครอบครัว
จากคำให้การเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหามีอาการเครียดกังวล อยากพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียหายเพื่อขอโทษและเยียวยา แต่ด้วยอัตราโทษที่สูง คดีนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เหตุการณ์หัวหน้าคว้าปืนตบหน้าลูกน้อง กระสุนลั่นเข้าแก้มดับนี้ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมงานที่กดดันสูงอย่างไซต์ก่อสร้าง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ควรพิจารณา เช่น การพกพาอาวุธปืนในที่ทำงานที่ผิดกฎหมาย และการฝึกอบรมการจัดการความขัดแย้ง หากหัวหน้าทุกคนรู้จักวิธีสื่อสารที่ดีกว่า บางทีโศกนาฏกรรมนี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกคนในวงการก่อสร้างและที่ทำงานทั่วไป คุณคิดว่าควรมีมาตรการอะไรป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้อื่น
ที่มา – หัวหน้าคว้าปืนตบหน้าลูกน้อง กระสุนลั่นเข้าแก้มดับ อ้างแค่จะตบสั่งสอน




