อธิบดีกรมชลประทานสั่งระดมเครื่องจักรเปิดทางน้ำ เพื่อเร่งกำจัดผักตบชวา วัชพืช และสิ่งกีดขวางที่ขวางทางน้ำทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและยกระดับประสิทธิภาพการส่งน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและความเสี่ยงจากอุทกภัยในหลายพื้นที่
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเน้นการเปิดทางน้ำ กำจัดผักตบชวา รวมถึงสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่อาจทำให้การระบายน้ำล่าช้า มาตรการดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มศักยภาพของคลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ และพื้นที่รับน้ำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ดียิ่งขึ้น
อธิบดีกรมชลประทานสั่งระดมเครื่องจักรเปิดทางน้ำ
ภารกิจครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ของสำนักงานชลประทานและโครงการส่งน้ำหลายแห่ง โดยเจ้าหน้าที่จะใช้รถขุด รถบรรทุก เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ นอกจากการทำงานของกรมชลประทานแล้ว ยังขอความร่วมมือจากเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ช่วยกันตัดหญ้า วัชพืช และดูแลบริเวณคันคลองส่งน้ำ เพื่อให้ระบบชลประทานทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
การเปิดทางน้ำช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วม
การกำจัดผักตบชวาเป็นภารกิจสำคัญ เพราะพืชน้ำเหล่านี้สามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วและรวมตัวกันเป็นแพขนาดใหญ่ ส่งผลให้ทางน้ำแคบลง ขัดขวางการไหลของน้ำ และเพิ่มโอกาสที่น้ำจะเอ่อล้นเข้าสู่ชุมชนหรือพื้นที่การเกษตร การทำงานเชิงรุกจึงช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มความคล่องตัวในการระบายน้ำ และช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น
พื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ได้แก่ คันกั้นน้ำบ้านท่าหลวง จังหวัดลพบุรี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา และพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงบริเวณตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จะประเมินระดับน้ำและสภาพคลองเป็นระยะ เพื่อวางแผนการสูบและระบายน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับภารกิจกำจัดผักตบชวาและวัชพืช มีการดำเนินงานในคลองส่งน้ำและคลองระบายหลายแห่งในจังหวัดลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา จุดปฏิบัติงานสำคัญ ได้แก่ คลองส่งน้ำ 2 ขวา–16 ขวา คลองระบายมหาราช คลองท่าแค คลองชัยนาท–อยุธยา คลองระบายสามชุก และบริเวณหน้าประตูระบายน้ำผักไห่ การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คลองมีสภาพโล่งและรองรับการบริหารจัดการน้ำได้ดีขึ้น
สนับสนุนผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ
นอกจากการเปิดทางน้ำแล้ว กรมชลประทานยังติดตามและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนได้ส่งรถบรรทุกน้ำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยบ้านห้วยเสือเฒ่า ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 2 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำเพื่อฉีดพ่นลดฝุ่นบนพื้นผิวการจราจร บริเวณสะพานบ้านร้องแง อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ภารกิจเหล่านี้สะท้อนการทำงานที่ครอบคลุมทั้งการป้องกันน้ำท่วม การจัดสรรน้ำ และการช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดภัย การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลระดับน้ำ ปริมาณฝน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การตัดสินใจเหมาะสมกับสถานการณ์จริงในแต่ละพื้นที่
- เพิ่มพื้นที่รับน้ำ: การนำสิ่งกีดขวางออกช่วยให้คลองและทางน้ำรองรับน้ำได้มากขึ้น
- เร่งการระบายน้ำ: คลองที่โล่งช่วยลดการสะสมของน้ำและลดความเสี่ยงน้ำเอ่อล้น
- สนับสนุนภาคการเกษตร: ระบบส่งน้ำที่มีประสิทธิภาพช่วยให้เกษตรกรได้รับน้ำอย่างทั่วถึง
- ดูแลความปลอดภัยของประชาชน: การติดตามพื้นที่เสี่ยงช่วยให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
อธิบดีกรมชลประทานสั่งระดมเครื่องจักรเปิดทางน้ำ ถือเป็นมาตรการที่ช่วยเตรียมระบบชลประทานให้พร้อมรับมือกับปริมาณน้ำที่เปลี่ยนแปลง ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงคลอง แจ้งจุดที่พบผักตบชวาหรือสิ่งกีดขวาง และร่วมดูแลคันคลองในชุมชน หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ความร่วมมือเล็ก ๆ จากทุกคนจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพและสร้างความปลอดภัยให้ชุมชนได้มากขึ้น
ที่มา – อธิบดีกรมชลประทาน สั่งระดมเครื่องจักร ลุยเปิดทางน้ำ กำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำ


