เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวร้อนแรงเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมล่าสุด เมื่อทางอธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบด่วน สนามกอล์ฟ รุกป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี หลังจากที่มีกระแสข่าวการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ
เบื้องหลังการสั่งลุย: อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบด่วน สนามกอล์ฟ รุกป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีรายงานการตรวจพบร่องรอยการแผ้วถางและการปรับพื้นที่ให้มีลักษณะคล้ายสนามกอล์ฟในเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ทำให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่รอช้า ออกมาสั่งการทันทีให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ลงพื้นที่เก็บรายละเอียดโดยด่วนที่สุดครับ
สรุปปมปัญหาที่ต้องจับตา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทางเจ้าหน้าที่ได้พบข้อมูลที่ชวนให้สงสัยหลายประการ ดังนี้ครับ:
- การครอบครองที่ดิน: เคยมีการแจ้งสิทธิ์การครอบครองพื้นที่ (อส.2) ไว้ก่อนหน้านี้ แต่มักมีการเปลี่ยนมือและอ้างว่าขายต่อกันไปแล้ว
- ร่องรอยการบุกรุก: เจ้าหน้าที่ตรวจพบการปลูกหญ้าแบบสนามกอล์ฟ รวมไปถึงการนำท่อน้ำมาต่อจากพื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ไว้
- การดำเนินคดี: มีการตรวจยึดของกลางไปแล้วหลายครั้ง รวมถึงรถแบคโฮที่ใช้ในการบุกรุก โดยทางคดีความกำลังเดินหน้ากระบวนการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ทางหน่วยงานยืนยันครับว่า หากพบความผิดชัดเจน ไม่ว่าผู้ครอบครองจะเป็นใคร จะไม่มีการละเว้น และอธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบด่วน สนามกอล์ฟ รุกป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ให้ถึงที่สุด พร้อมเตรียมเพิกถอนสิทธิ์ครอบครองหากพบว่ามีการบุกรุกทำลายป่าอย่างจริงจัง เพื่อคืนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้กับสัตว์ป่าและธรรมชาติของเราครับ
ในมุมมองของผม กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาประโยชน์จากที่ดินของรัฐ เพราะผืนป่าไม่ได้เป็นเพียงที่ดิน แต่เป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศการติดตามข่าวสารเรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาไม่ให้ใครมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเราอีกครับ หวังว่าคดีนี้จะจบลงด้วยความยุติธรรมและป่าสลักพระจะกลับมาคืนสภาพที่สมบูรณ์ในเร็ววัน
ที่มา – อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบด่วน “สนามกอล์ฟ” รุกป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี


