ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกกำลังผันผวนอย่างหนักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ชาวไทยจำนวนไม่น้อยต่างกังวลกับค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น ล่าสุด “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวสงครามที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานทั่วโลก
“อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสร็จสิ้นพิธีรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ได้เชิญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารืออย่างเป็นส่วนตัวที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หัวข้อหลักคือสถานการณ์ราคาน้ำมันที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่พุ่งทะยาน นายกรัฐมนตรีอนุทินได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหามาตรการบรรเทาภาระ โดยคาดว่าจะมีการประกาศมาตรการใหม่ในเร็วๆ นี้
สงครามตะวันออกกลาง : สาเหตุหลักของราคาน้ำมันพุ่ง
สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และการขยายวงของกลุ่มฮูธีในทะเลแดง ได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของเส้นทางการขนส่งน้ำมันสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสพุ่งสูงเกิน 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งกระทบไทยโดยตรง เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากภูมิภาคนี้
ไม่เพียงเท่านั้น การโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น 20-30% สะท้อนสู่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในปั๊มน้ำมันไทยที่ปรับขึ้นเกือบสัปดาห์ละครั้ง ชาวบ้านหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาค่าขนส่งอาหารและสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นตามไปด้วย
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนไทย
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ SME ที่มีต้นทุนพลังงานสูง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอีก 0.5-1% หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ประชาชนทั่วไปต่างเดือดร้อนกับค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทาง และค่าอาหารที่ปรับราคาตาม
มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเตรียมไว้
จากข้อมูลที่รั่วไหลจากการประชุม “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการหลายประการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้
- ลดภาษีน้ำมันชั่วคราว: เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและเบนซิน 1-2 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3-6 เดือน
- วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ: สำหรับผู้ประกอบการขนส่งและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
- แจกคูปองน้ำมัน: สำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ขับขี่แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
- เร่งเจรจากับผู้ผลิตน้ำมัน: เพื่อล็อกราคานำเข้าล่วงหน้าและสำรองน้ำมันในสต็อก
- ส่งเสริมพลังงานทางเลือก: ผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าและ NGV มากขึ้นในระยะยาว
มาตรการเหล่านี้หากประกาศใช้จริง จะช่วยให้ประชาชนถอนหายใจได้บ้าง แต่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
บทบาทสำคัญของนายกฯ อนุทินในการแก้ปัญหา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงศักยภาพในการนำทีม โดยใช้ความชำนาญด้านการเมืองและเศรษฐกิจในการประสานงานระหว่างกระทรวง การหารือกับนายเอกนิติ ซึ่งเป็นมือฉมังด้านการคลัง ช่วยให้เกิดแนวทางที่ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและยาว นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสม
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังเสริมความเชื่อมั่นในรัฐบาลท่ามกลางวิกฤตพลังงาน สุดท้ายแล้ว ชาวไทยควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้ประหยัด เพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!
ที่มา – “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน-ช่วยประชาชนในสงครามตะวันออกกลาง


