ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และประเพณีการ “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านอำนาจและการฟื้นฟูความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของทำเนียบรัฐบาล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน เคยย้ายองค์นรสิงห์ไปยังตึกแสงอาทิตย์เมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
“อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า
วันที่ 26 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวจากทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถตู้เบนซ์สีดำทะเบียน 1 นช 4268 กรุงเทพมหานคร เพื่อเคลื่อนย้ายองค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทำเนียบรัฐบาล จากตึกแสงอาทิตย์ที่ติดกับตึกนารีสโมสร กลับมาประดิษฐานยังระเบียงชั้น 2 ของตึกไทยคู่ฟ้า จุดเดิมตั้งแต่ปี 2564 ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
การย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้เคลื่อนย้ายองค์นรสิงห์ไปไว้ที่ตึกแสงอาทิตย์ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการบริหารประเทศของเขา การเคลื่อนย้ายองค์ประกอบสัญลักษณ์เหล่านี้มักถูกตีความในแง่ของการปรับเปลี่ยนบรรยากาศและสไตล์การนำของผู้นำแต่ละคน
หลังจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงมืออุ้มองค์นรสิงห์จำลองด้วยตัวเองเพื่อนำมาประดิษฐานยังระเบียงตึกไทยคู่ฟ้า โดยตั้งให้ชิดกับกำแพงและหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศทางของบ้านพิษณุโลก พร้อมกับคล้องพวงมาลัยดอกไม้สดเพื่อความเป็นสิริมงคล
ประวัติศาสตร์เบื้องหลังการ “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า
องค์นรสิงห์หรือที่รู้จักกันในนามของทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่เชื่อมโยงกับราชสำนักและตระกูลขุนนางไทย เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นสมบัติของต้นตระกูลพึ่งบุญ ณ อยุธยา โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบ้านพระราชทานแก่พระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมหลวงเฟื้อง พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์สูงสุดเป็นเจ้าพระยารามราฆพ
เจ้าพระยารามราฆพมีหน้าที่บัญชาการกรมมหรสพ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มี "นรสิงห์" เป็นตราประจำกรม สิ่งนี้ทำให้องค์นรสิงห์กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แทนความยิ่งใหญ่ อำนาจ และการปกป้อง ในบริบทของการเมืองไทย สัญลักษณ์ดังกล่าวมักถูกใช้เพื่อแสดงถึงความต่อเนื่องของอำนาชญาและการเคารพประเพณี
การที่นายอนุทินเลือกย้ายองค์นรสิงห์กลับตำแหน่งเดิม สามารถตีความได้ว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการฟื้นฟูความเชื่อมโยงกับสมัยก่อนหน้า โดยเฉพาะในยุคของพลเอกประยุทธ์ที่องค์ประกอบนี้ถูกประดิษฐานไว้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การหันหน้าระเบียงไปทางทิศตะวันออกยังสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และการรับพลังบวกจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นหลักฮวงจุ้ยที่นิยมในวังหลวงไทย
ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง เหตุการณ์ “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า อาจเป็นสัญญาณของการปรับโครงสร้างภายในทำเนียบเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลใหม่ ที่เน้นความมั่นคงและความต่อเนื่องมากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงเมื่อเทียบกับสมัยนายเศรษฐา
- องค์นรสิงห์: สัญลักษณ์ของอำนาจและการปกป้อง
- การย้ายครั้งนี้: ใช้รถตู้เบนซ์พิเศษเพื่อความปลอดภัย
- พิธีกรรม: คล้องพวงมาลัยและหันหน้าไปทิศตะวันออก
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการย้ายครั้งนี้ได้รับการประสานงานอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ทำเนียบ การเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้นภายในเวลาอันสั้น โดยนายอนุทินแสดงความยินดีกับทีมงานที่ช่วยเหลือ
การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยสัญลักษณ์เล็กๆ ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ใหญ่ของผู้นำ การย้ายองค์นรสิงห์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับแต่งสถานที่ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางของรัฐบาลในอนาคต
ในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมคิดว่าการกระทำเช่นนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนรัฐบาล โดยแสดงถึงการเคารพประเพณีและการไม่ลืมรากเหง้า หากคุณสนใจข่าวการเมืองไทย ลองติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด
ที่มา – “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า หลัง “เศรษฐา”ย้ายไปตึกแสงอาทิตย์


