ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ ล่าสุดมีประเด็นน่าสนใจจากนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ให้กำลังใจ 44 อดีต สส. ก้าวไกล หลัง ป.ป.ช.เตรียมชี้มูล ในคดีแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการไม่น้อย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบเป็นกันเองว่าประเด็นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และนายอนุทินชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีท่าทีอย่างไรบ้าง
“อนุทิน” ให้กำลังใจ 44 อดีต สส. ก้าวไกล หลัง ป.ป.ช.เตรียมชี้มูล
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมชี้มูลความผิดต่อ 44 อดีต ส.ส. จากพรรคก้าวไกล ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยสร้างความวุ่นวายในสภาไปแล้ว
นายอนุทินยอมรับว่าตัวเองยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย โดยถามกลับสื่อว่า “เมื่อไหร่? วันนี้หรือ? ใครโดนนะ?” เมื่อสื่อแจ้งว่าคืออดีต ส.ส. พรรคก้าวไกลที่ปัจจุบันย้ายไปสังกัดพรรคประชาชน นายอนุทินก็บอกว่า “เดี๋ยวขอไปตามข่าวก่อน ยังไม่มีใครรายงานเลย” ท่าทีแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการของ ป.ป.ช. โดยตรง
ท่าทีให้กำลังใจจากนายกรัฐมนตรี
เมื่อถูกถามว่าจะให้กำลังใจอดีต ส.ส. เหล่านี้หรือไม่ นายอนุทินตอบแบบชัดเจนว่า “เป็นกำลังใจให้ทุกคน” โดยย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีอยู่แล้ว ถ้าตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ ก็ควรเตรียมชี้แจงหรือให้การที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ท่าทีนี้เป็นกลางและให้กำลังใจแบบไม่เลือกข้าง ซึ่งสะท้อนถึงสไตล์การเมืองของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นความสมดุล
ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นพอดี ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่ามันเหมาะสมหรือไม่ นายอนุทินย้ำชัดว่า “ตนไม่ใช่ ป.ป.ช. ไม่อยากไปอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น” แสดงถึงการรักษาระยะห่างจากคดีเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่ามีส่วนเข้าไปยุ่ง
บริบทคดีแก้ มาตรา 112 และพรรคก้าวไกล
เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น คดีนี้ย้อนไปถึงการที่พรรคก้าวไกลเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส.ส. 44 คนถูกกล่าวหาว่าเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช. จึงเตรียมชี้มูลเพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ
- ผลกระทบต่อพรรคประชาชน: อดีต ส.ส. เหล่านี้ย้ายมาจากก้าวไกล ทำให้พรรคใหม่ต้องเผชิญแรงกดดัน
- กระแสการเมือง: ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันเป็นกระบวนการตามกฎหมาย
- บทบาท ป.ป.ช.: หน่วยงานนี้มีหน้าที่ตรวจสอบบุคคลการเมืองอย่างโปร่งใส
การเมืองไทยในยุคนี้เต็มไปด้วยคดีความแบบนี้ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความเป็นกลางของสถาบันตรวจสอบต่างๆ หาก ส.ส. เหล่านี้ถูกชี้มูลจริง อาจนำไปสู่การยุบพรรคหรือพักสิทธิทางการเมืองได้
วิเคราะห์สถานการณ์และมุมมองอนุทิน
นายอนุทินในฐานะนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำรัฐบาล พยายามรักษาภาพลักษณ์แบบเป็นกลาง ท่าทีให้กำลังใจทุกฝ่ายนี้ช่วยลดทอนความขัดแย้ง แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่หนักแน่นพอ ในมุมส่วนตัว คิดว่านี่เป็นกลยุทธ์聪明的ในการเมืองไทยที่หลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามฝ่าย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตรวจสอบทรัพย์สิน ส.ส. หรือคดีอื่นๆ ของนักการเมือง ซึ่ง ป.ป.ช. กำลังเร่งรัดให้แล้วเสร็จ ผู้สนใจสามารถติดตามพัฒนาการได้จากข่าวสารล่าสุด
สุดท้ายแล้ว “อนุทิน” ให้กำลังใจ 44 อดีต สส. ก้าวไกล หลัง ป.ป.ช.เตรียมชี้มูล ถือเป็นตัวอย่างของการเมืองที่ต้องอาศัยความอดทนและหลักฐานชัดเจน หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน หากคุณมีมุมมองอย่างไร ชวนมาคุยกันในคอมเมนต์เลยนะ!
ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน ที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – “อนุทิน” ให้กำลังใจ 44 อดีต สส. ก้าวไกล หลัง ป.ป.ช.เตรียมชี้มูล


