“อนุทิน” ไม่ตอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น เมิน ปชน. มอง 2 มาตรฐาน เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังพูดถึงในแวดวงการเมืองไทยเลยนะครับ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมนายกรัฐมนตรีถึงเลือกเมินคำถามแบบนี้ และพรรคประชาชนมองว่ามันคือสองมาตรฐานยังไง
“อนุทิน” ไม่ตอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น เมิน ปชน. มอง 2 มาตรฐาน
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงฯ ร่วมกับผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวไม่พลาดที่จะถามถึงมติล่าสุดของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยกคำร้องในคดีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยและอดีตรัฐมนตรีคมนาคม
คดีนี้เกี่ยวกับการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ โดยเฉพาะการถือครองหุ้นใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริ่นคอนสตรัคชั่น นายอนุทินหันมาฟังคำถาม ยิ้มกริ่ม แต่เลือกไม่ตอบอะไรสักคำ พอถามต่อว่าพรรคประชาชน (ปชน.) มองว่าเป็นสองมาตรฐานเมื่อเทียบกับคดี 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล คุณอนุทินก็บอกว่า “เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่เดินถาม” ก่อนเดินออกจากกระทรวงทันที

เจาะคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น: ป.ป.ช. ยกคำร้องเพราะอะไร?
มาดูบริบทกันหน่อยครับ คดีนี้ ป.ป.ช. สอบสวนว่านายศักดิ์สยามปกปิดหุ้นในบริษัทก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว แต่สุดท้ายมติยกคำร้อง เพราะเห็นว่าไม่เข้าข่ายจงใจปกปิด หรือหลักฐานไม่เพียงพอ มันทำให้หลายคนตั้งคำถามว่ามาตรฐานการตรวจสอบนักการเมืองเป็นยังไง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ ที่ ป.ป.ช. เคยลงโทษหนัก
พรรคประชาชนชี้สองมาตรฐาน: เปรียบเทียบคดี 44 ส.ส.ก้าวไกล
พรรคประชาชนออกมาโพสต์ท้าทายทันที โดยยกคดี 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกลที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าปกปิดทรัพย์สิน คดีนั้นถูกดำเนินคดีหนัก แต่คดีศักดิ์สยามกลับยกคำร้อง พวกเขามองว่านี่คือ สองมาตรฐานชัดๆ ในระบบยุติธรรมไทย ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการปราบปรามทุจริต
นอกจากนี้ หลังจากนั้นนายอนุทินยังมีประชุมต่อเรื่องงบประมาณปี 2570 กับหน่วยงานสำคัญอย่างสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สศช. และ ธปท. ที่ทำเนียบฯ แสดงว่าประเด็นนี้ไม่ได้ทำให้ภารกิจหยุดชะงัก แต่ในสายตาชาวเน็ต มันจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความโปร่งใสของนักการเมืองภูมิใจไทย
ผลกระทบและมุมมองต่อ “อนุทิน” ไม่ตอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น
ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในวงการเมืองไทย คือการหลบเลี่ยงคำถามจากสื่อ และคำถามเรื่องความเท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรม ถ้านักการเมืองใหญ่ๆ อย่างอนุทินเลือกเมินแบบนี้ มันจะยิ่งทำให้ประชาชนมองว่าระบบมีสองขั้ว – คนมีอำนาจ vs คนทั่วไป คดี 44 ส.ส.ก้าวไกลที่ถูกตีตราหนัก แตกต่างจากคดีนี้ยังไง? มันคือจุดอ่อนของ ป.ป.ช. ที่ถูกมองว่าลำเอียงหรือไม่?
ในมุมส่วนตัว ผมคิดว่าการไม่ตอบคำถามแบบนี้ไม่ช่วยอะไรเลยครับ มันยิ่งจุดไฟให้ฝ่ายค้านและโซเชียลมีเดียโหมกระหน่ำ แทนที่จะชี้แจงให้โปร่งใส กลับกลายเป็นเมินเฉย ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์รัฐบาลในระยะยาว โดยเฉพาะใกล้เลือกตั้ง
- สรุปประเด็นหลัก: ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม
- อนุทินไม่ตอบ เมินข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน
- พรรคประชาชนท้าทาย เปรียบคดีก้าวไกล
- ผลกระทบ: ความเชื่อมั่นระบบยุติธรรมลดลง
คุณล่ะครับ คิดว่าประเด็น “อนุทิน” ไม่ตอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น เมิน ปชน. มอง 2 มาตรฐาน นี้เป็นสองมาตรฐานจริงไหม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านต่อ ช่วยติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!
ที่มา – “อนุทิน” ไม่ตอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น เมิน ปชน. มอง 2 มาตรฐาน



