'อภิสิทธิ์' เดินสายเช้า-เที่ยง-เย็น หาเสียง จี้ทุกพรรคแก้ รธน. ไม่แตะหมวด1-2

“อภิสิทธิ์” เดินสายหาเสียง จี้แก้ รธน.

“อภิสิทธิ์” เดินสายขอคะแนนช่วยลูกพรรคที่ตลาดเช้าราชวัตร ต่อช่วงเที่ยงเจาะกลุ่มคนออฟฟิศย่านอโศกมนตรี เรียกร้องทุกพรรคแก้ รธน. ไม่แตะหมวด1-2 ดันตั้ง “ผู้สังเกตการณ์ภายนอก” ก่อนถกไทย-กัมพูชา

เมื่อเวลา 07:00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำคณะผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ช่วย นายพงศ์พล เตมีย์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 7 เบอร์ 1 พบปะพี่น้องประชาชนชาวราชวัตร กทม. เพื่อขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 นี้ ตลอดสองข้างทางมีประชาชนและพ่อค้าแม่ขายทักทายอย่างเป็นกันเอง หลายคนแสดงความดีใจและตื่นเต้นที่พบปะพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ โดยให้กำลังใจที่กลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง ส่วนใหญ่ต่างรับปากรอการกลับมานำพรรค ปชป. หลายปีแล้ว และเลือกตั้งครั้งนี้พร้อมจะเทคะแนนเลือกพรรค ปชป.

ในการลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทุกพรรคต้องร่วมมือกันแก้ รธน. แต่ต้องไม่แตะหมวด 1-2 ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติ

อภิสิทธิ์

“อภิสิทธิ์” เดินสายหาเสียง จี้แก้ รธน.

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านอโศกมนตรี กทม. เพื่อหาเสียงให้นายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 4 เบอร์ 1 พรรค ปชป. ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ลงมารับประทานอาหารเที่ยงในตลาดต่างควักโทรศัพท์มือถือมาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระแสของพรรคเป็นไปตามที่เคยคาดหวัง แต่ยังต้องทำให้ได้จำนวนมากขึ้นกว่านี้อีก ส่วนเขตมีความมั่นใจมากในภาคใต้ ส่วนพื้นที่อื่นยังต้องทำงานกันหนักอยู่ ทั้งนี้ ถ้าเสียงกรี๊ดกับการกอดกลายมาเป็นคะแนนให้กับประชาธิปัตย์ ตนก็จะยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้น เมื่อถามถึงกรณีการจับขั้วรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการจับขั้ว ตนพูดชัดไปหมดแล้วว่า สิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับประชาชนคือ ถ้าเสียงเรามากพอ เข้าไปอยู่ในรัฐบาล เราจะเป็นหลักประกันของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต เรื่องทุนเทา ไม่สร้างความแตกแยก และต้องไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น

นอกจากเรื่องการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์

ประเด็นสำคัญ: แก้ รธน. ต้องไม่แตะหมวด 1-2

สำหรับเรื่องการแก้ไขยกร่างรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีนโยบายชัดเจนว่า เรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 แม้จะผ่านประชามติ ก็ยังไปติดขัดในเรื่องมาตรา 256 ที่ผ่านมาทั้งที่มีข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่าน แล้วเราก็เสียดายว่า จริงๆที่ผ่านมา การพยายามทำมาตรา 256 ก็เหมือนสภาตกผลึกแล้วว่า ไม่แก้ไขหมวดหนึ่ง หมวดสอง “ในวันนี้ที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมีความลังเลที่จะเห็นชอบ เราก็แปลกใจว่ารัฐบาล ซึ่งเป็นคนเลือกคำถาม ทำไมจึงไม่เจาะจงลงไปว่า เป็นการทำฉบับใหม่โดยไม่ไปเกี่ยวข้องกับการแก้หมวดหนึ่ง หมวดสอง ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอก ก็คือว่าประชาธิปัตย์จะดูแล และไม่ให้มีการแก้ไขหมวดหนึ่ง หมวดสอง และผมอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ที่เคยตกลงกันได้แล้วในสภา ประกาศแบบเดียวกัน อย่างนี้ทุกคนก็จะสบายใจในการลงมติเห็นชอบ“ นายอภิสิทธิ์กล่าว

การยืนยันว่าจะไม่แก้ไขหมวด 1-2 ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาที่หยุดยิงในขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนของการเริ่มใช้มาตรการหยุดยิง ซึ่งก้าวถัดไปที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการเจรจา โดยพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนว่า ต้องสร้างหลักประกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการรุกล้ำอธิปไตยไทยซ้ำอีก โดยเฉพาะจากฝั่งกัมพูชา ตนเสนอให้มีผู้สังเกตการณ์จากภายนอก (Outside Observers) เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตแดนของกัมพูชา เพื่อตรวจสอบและให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนักที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง หากเราสร้างความเชื่อมั่นในจุดนี้ได้ กระบวนการเจรจาที่มากกว่าแค่เรื่องการหยุดยิง ก็จะเริ่มขึ้นได้จริง และนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้กลับมาเป็นปกติสุขได้ และยอมรับว่า แรงกระเพื่อมจากความขัดแย้งนี้ ส่งผลกระทบถึงประชาชนแล้ว ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากคนไทยก็ชัดเจนว่า อธิปไตยไทยต้องไม่ถูกละเมิด ตนเชื่อว่าหากเราสามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงและเดินหน้าเจรจาได้สำเร็จ ก็จะเป็นการเปิดประตูไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่และระดับชาติได้อย่างยั่งยืน เพราะความมั่นคงและอธิปไตยที่ชัดเจนคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

ชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยสรุปแล้ว การเดินสายหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคแล้ว ยังเป็นการเน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรค โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเด็นสำคัญต่างๆ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เดินสายเช้า-เที่ยง-เย็น หาเสียง จี้ทุกพรรคแก้ รธน. ไม่แตะหมวด1-2

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: