อินเดียเรียกทูตอิหร่านเข้าพบ หลังเรือ 2 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมาก รัฐบาลอินเดียแสดงท่าทีเด็ดขาดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงนิวเดลีเข้าพบอย่างเร่งด่วน หลังเกิดเหตุเรือสัญชาติอินเดีย 2 ลำตกเป็นเป้าของการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางค้าสำคัญของโลก
อินเดียเรียกทูตอิหร่านเข้าพบ หลังเรือ 2 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 กระทรวงการต่างประเทศไทยอินเดียได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าปลัดกระทรวงการต่างประเทศไทย วิกรม มิสรี ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อแสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันและเรือคอนเทนเนอร์สัญชาติอินเดีย 2 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก
รายละเอียดเหตุการณ์รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ
ตามรายงานจากสำนักงานปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เรือปืนของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) จำนวน 2 ลำ ได้เข้าประชิดและเปิดฉากยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งโดยไม่มีการแจ้งเตือนทางวิทยุ กัปตันเรือแจ้ง UKMTO ว่าถูกยิงโดยตรง แต่โชคดีที่เรือและลูกเรือปลอดภัยทั้งหมด ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา UKMTO รายงานเพิ่มเติมว่าเรือบรรทุกสินค้าคอนเทนเนอร์อีกลำถูกโจมตีด้วย “วัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด” ในบริเวณเดียวกัน แม้ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่สถานการณ์ชี้ไปที่อิหร่าน
- เรือบรรทุกน้ำมันถูกยิงโดยเรือปืน IRGC 2 ลำ
- ไม่มีคำเตือนทางวิทยุก่อนโจมตี
- เรือคอนเทนเนอร์ถูกระเบิดไม่ทราบชนิด
- ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย แต่เสี่ยงสูง
ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 21 ไมล์ แต่เป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน การโจมตีเช่นนี้ไม่เพียงกระทบอินเดียที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ท่าทีของอินเดียและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
นายวิกรม มิสรี เน้นย้ำว่าอินเดียให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของเรือพาณิชย์และลูกเรือ โดยยกตัวอย่างเรือลำอื่นๆ ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาถึงอินเดียอย่างปลอดภัย เขายังเร่งรัดให้อิหร่าน “กลับมาอำนวยความสะดวกให้แก่เรือล่องผ่านช่องแคบโดยมีจุดหมายปลายทางมายังอินเดียโดยเร็วที่สุด” การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึง外交ที่แข็งกร้าวของอินเดียท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลที่กำลังร้อนระอุ
ในมุมกว้างขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นจุด hotspot มาหลายครั้ง เช่น ในปี 2019 ที่อิหร่านยึดเรือต่างชาติหลายลำ สถานการณ์ปัจจุบันอาจนำไปสู่การแทรกแซงจากสหรัฐฯ หรือชาติอาหรับ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายขนส่งเพิ่มขึ้น 20-30% และกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะอินเดียที่นำเข้าน้ำมัน 85% จากภูมิภาคนี้
เหตุการณ์ อินเดียเรียกทูตอิหร่านเข้าพบ หลังเรือ 2 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของเส้นทางการค้าโลก ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันจะผันผวนในสัปดาห์หน้า หากไม่มีการเจรจาระดับสูง
ในความเห็นของผู้เขียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ชาติใหญ่ๆ อย่างอินเดียต้องเสริมกำลังทหารเรือและกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพราะอาจลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่ ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจประเด็นภูมิรัฐศาสตร์!
ที่มา – อินเดียเรียกทูตอิหร่านเข้าพบ หลังเรือ 2 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ

