สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงระอุอย่างต่อเนื่อง แม้โลกจะมีความหวังเมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งลงนามใน MOU ยุติสงคราม แต่ล่าสุดกลับมีข่าวเศร้าเมื่อ อิสราเอลโจมตีเลบานอนดับอีก 3 ศพ ลั่นไม่ถอนทหาร ออกจากพื้นที่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนานาชาติอย่างมาก
อิสราเอลโจมตีเลบานอนดับอีก 3 ศพ ลั่นไม่ถอนทหาร
รายงานจากสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้ส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนหลายจุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติการสู้รบร่วมกัน
เบื้องลึกเหตุ อิสราเอลโจมตีเลบานอนดับอีก 3 ศพ ลั่นไม่ถอนทหาร
การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายข้อตกลงสันติภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ โดยรายละเอียดการโจมตีมีดังนี้:
- ผู้เสียชีวิต 2 รายในเมืองคฟาร์ เทบนิต (Kfar Tebnit) หลังรถยนต์ถูกโดรนโจมตี
- ผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในเมืองเซบดิน (Zebdin) จากการโจมตีด้วยโดรนเช่นกัน
แม้ข้อตกลง 14 ข้อระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะระบุชัดเจนถึงการยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงการฟื้นฟูอิหร่านด้วยกองทุนมหาศาลและการปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ทางฝั่งอิสราเอลกลับมีท่าทีที่แข็งกร้าว นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า อิสราเอลต้องการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ภาคเหนือของตนเองให้ได้มากที่สุด จึงมีความจำเป็นต้องคงกำลังทหารไว้ในภาคใต้ของเลบานอนต่อไป
ท่าทีของเนทันยาฮูสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลอิสราเอลยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์รอบด้าน แม้จะมีแรงกดดันจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ แล้วก็ตามที ในสัปดาห์หน้าจะมีการเจรจารอบใหม่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าข้อตกลงสันติภาพนี้จะถูกบังคับใช้จริง หรือจะเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่นในพื้นที่สมรภูมิ
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สันติภาพที่แท้จริงในตะวันออกกลางยังคงห่างไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด การที่ทุกฝ่ายยังคงยึดถือผลประโยชน์และความมั่นคงของตนเป็นที่ตั้ง ทำให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่สู้รบยังคงตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องจับตากันต่อไปว่าการเจรจาที่กำลังจะถึงนี้จะนำไปสู่การยุติความสูญเสียได้จริงหรือไม่

