สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่ออิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว โดยเฉพาะในเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งทั่วภูมิภาค
อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกที่ 6 โดยมุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐอเมริกาที่กระจายอยู่ในตะวันออกกลาง การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่มีการตอบโต้ทางทหารระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง
ฝั่งกองทัพอิสราเอลรายงานว่า ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ได้ตรวจพบขีปนาวุธจำนวนมากที่ยิงมาจากอิหร่านมุ่งตรงสู่อิสราเอล ระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง Iron Dome และระบบอื่นๆ ได้ทำงานทันทีเพื่อสกัดกั้น เสียงไซเรนเตือนภัยดังก้องไปทั่วพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของอิสราเอล สะท้อนถึงระดับความเสี่ยงที่สูงลิ่ว
ผลกระทบจากการโจมตีในหลายเมืองใหญ่
ไม่ใช่แค่อิสราเอลเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมข่าว CNN รายงานเสียงระเบิดดังอย่างน้อย 3 ครั้ง เวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เศษซากจากการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศตกลงในย่านธุรกิจ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่ท่าเรือเจเบลอาลี ซึ่งเป็นท่าเรือพาณิชย์หลักของเมือง กลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นสูง เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย
ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ก็มีรายงานเสียงระเบิดหลายครั้งตั้งแต่ 07.30 น. แม้ยังไม่มีรายงานความเสียหายอย่างละเอียด แต่สถานการณ์ตึงเครียดมาก ในบาห์เรน กระทรวงมหาดไทยออกประกาศทาง X ให้เปิดไซเรนเตือนภัยทั่วประเทศ และเรียกร้องให้ประชาชนสงบสติอารมณ์ เข้าพื้นที่ปลอดภัยใกล้ที่สุด
ขณะที่ในอิรัก ภาพถ่ายที่ยืนยันตำแหน่งโดย CNN แสดงควันดำลอยหนาทึบจากสนามบินเออร์บิล สื่ออิหร่านอย่าง Fars News ยังรายงานเสียงระเบิดหนักในเมืองนั้นด้วย
- อิสราเอล: ระบบป้องกันทำงานเต็มสูบ ไซเรนดังทั่วประเทศ
- ดูไบ (UAE): เพลิงไหม้ท่าเรือเจเบลอาลีจากเศษซาก
- โดฮา (กาตาร์): เสียงระเบิดหลายครั้ง
- บาห์เรน: ไซเรนเตือนภัยทั่วประเทศ
- เออร์บิล (อิรัก): ควันไฟจากสนามบิน
การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงจำกัดอยู่ที่แนวรบหลัก แต่ลุกลามมาถึงประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลกด้านพลังงาน การบิน และการค้า นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า หากการตอบโต้ยังคงดำเนินต่อไป โครงสร้างพื้นฐานอย่างสนามบิน ท่าเรือ และฐานทัพต่างชาติมักตกเป็นเป้าหมาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลกและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ย้อนดูบริบท ความขัดแย้งครั้งนี้มีรากเหง้าจากการโจมตีของอิสราเอลต่อฐานทัพอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรอย่างฮูธีในเยเมน รวมถึงการสังหารผู้นำสำคัญของอิหร่าน อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอ้อมผ่านกลุ่มตัวแทนและตรงๆ ด้วยขีปนาวุธ สหรัฐฯ และอิสราเอลก็เสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคเพื่อป้องกัน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มปรากฏชัด ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นกว่า 5% ในทันทีหลังข่าวการโจมตี สายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินเข้าออกสนามบินในดูไบและโดฮา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ภาวะน้ำมันแพงทั่วโลก ส่งผลต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีระลอกใหม่นี้เป็นสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมยกระดับ หากไม่มีการเจรจาทางการทูต สงครามใหญ่ในตะวันออกกลางอาจเกิดขึ้นจริง ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้า geopolitics ไปตลอดกาล
สถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ติดตามควรอัปเดตข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจตามมา คุณคิดว่าความขัดแย้งนี้จะลุกลามไปถึงไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวเพิ่มเติมจากเรา!
ที่มา – อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่


