เชื่อว่าถ้าใครติดตามวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อยู่เป็นประจำ คงต้องสะดุดตากับข่าวใหญ่ล่าสุดเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นั่นคือการที่แบรนด์เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง XPENG ได้เปิดเผยงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2026 ออกมาด้วยตัวเลขที่ทำเอาหลายคนตกใจ เพราะผลขาดทุนสุทธิ (Net Loss) พุ่งสูงถึง 1,780 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 8,700 ล้านบาทเลยทีเดียว วันนี้เราจะมา เจาะความจริง! ทำไม XPENG ถึงขาดทุน 8,000 กว่าล้าน กันให้รู้แบบชัดๆ ครับ
เจาะความจริง! ทำไม XPENG ถึงขาดทุน 8,000 กว่าล้าน
การที่ตัวเลขขาดทุนกลับมาแดงเถือกในไตรมาสแรกของปี ทั้งที่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 เคยทำกำไรได้เป็นบวกครั้งแรก ถือเป็นการสลับหัวกลับมาขาดทุนที่รุนแรงกว่าปีก่อนถึง 168% ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขนี้เกิดจากปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กันครับ
มรสุม 3 ลูกที่กดดัน XPENG
หากจะวิเคราะห์สถานการณ์ให้ละเอียด เราต้องมองผ่านปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ครับ:
- ยอดส่งมอบรถร่วงกราวรูด: ในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดขายของ XPENG ทำได้เพียง 62,682 คัน ลดลงไปกว่า 33.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของการชะลอตัวในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน
- สงครามราคาสุดเดือด: การแข่งกันดัมพ์ราคาในจีนทำให้ XPENG ต้องอัดแคมเปญสู้จนกำไรต่อคันลดลง ประกอบกับต้นทุนของชิปและแบตเตอรี่ที่แพงขึ้น ส่งผลให้ Vehicle Margin ลดลงเหลือ 12.1%
- ทุ่มงบ R&D มหาศาล: แบรนด์กำลังใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และระบบ Robotaxi ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยังไม่สร้างรายได้เข้ามาในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผม แฟนๆ ค่ายนี้อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปจนมองข้ามภาพรวมที่แท้จริง เพราะเมื่อเรามา เจาะความจริง! ทำไม XPENG ถึงขาดทุน 8,000 กว่าล้าน สิ่งที่พบคืออัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทยังเติบโตได้ดีถึง 20.6% และยังมีรายได้จากการขายเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Volkswagen ช่วยพยุงไว้อยู่
ในไตรมาสที่ 2 เราน่าจะได้เห็นการฟื้นตัวจากยอดส่งมอบที่คาดว่าจะแตะระดับ 100,000 คันได้จากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ สำหรับผมแล้ว นี่ไม่ใช่สัญญาณของการล้มละลาย แต่เป็นการยอมขาดทุนเพื่อวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่จะเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอนาคตครับ
ที่มา – เจาะความจริง! ทำไม XPENG ถึงขาดทุน 8,000 กว่าล้าน








