จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับคณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ทำให้ทุกภาคส่วนต้องหันมามองถึงความสำคัญของการเดินทางบนท้องถนนอีกครั้ง ล่าสุด นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกโรงสั่งการเร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงเรื่อง เจเศรษฐ์ กำชับ ศปถ. ดูแลมาตรการความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เจเศรษฐ์ กำชับ ศปถ. ดูแลมาตรการความปลอดภัยทางถนน ทั่วประเทศ
การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ประสานงานร่วมกับศูนย์ในระดับจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน 4 ด้าน ดังนี้:
มาตรการคุมเข้ม 4 แนวทางหลัก หลังเจเศรษฐ์ กำชับ ศปถ. ดูแลมาตรการความปลอดภัยทางถนน
- การป้องกันเด็กและเยาวชนขับขี่: กำชับผู้ปกครองและผู้นำชุมชนไม่ให้เด็กที่ไม่มีใบขับขี่นำรถออกมาใช้ พร้อมเร่งเก็บกุญแจรถให้ห่างมือเด็ก
- การบังคับใช้กฎหมาย: ประสานตำรวจท้องที่กวดขันการขับขี่ผิดกฎหมาย เช่น การขับบนไหล่ทาง การใช้ความเร็วเกินกำหนด และการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต
- การสร้างการรับรู้: ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเมื่อพบพระธุดงค์หรือคนเดินเท้า โดยเฉพาะในเวลาเช้ามืดและพลบค่ำ
- การปรับปรุงสภาพแวดล้อม: ตรวจสอบไฟฟ้าส่องสว่าง ป้ายเตือน และเครื่องหมายจราจรบนเส้นทางสายหลักและสายรองให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ทางด้านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง ปภ. ได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวผ่านศูนย์ ศปถ. ทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เห็นผลจริง โดยเฉพาะการเฝ้าระวังกลุ่มเยาวชนและการแก้ไขจุดเสี่ยงตามริมทาง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่มาตรการกระดาษ แต่เป็นการลงมือทำจริงเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเตือนใจคนไทยทุกคนว่า การขับขี่ด้วยความไม่ประมาทคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เราควรเคารพกฎจราจรและเอื้อเฟื้อต่อผู้ใช้ถนนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนเดินเท้าหรือกลุ่มพระสงฆ์ที่สัญจรผ่าน เพื่อให้ถนนในเมืองไทยกลายเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุอย่างแท้จริง การดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ปฏิบัติตามกฎจราจรจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนครับ

