ข่าวช็อกวงการฟุตบอลโลก เมื่อ เซนต์-แม็กซิมิน ลาออกจากสโมสรหลังลูกถูกรังเกียจเชื้อชาติ อดีตปีกจอมเลื้อยของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อย่างอัลลัน เซนต์-แม็กซิมิน วัย 28 ปี ตัดสินใจยุติสัญญากับสโมสรคลับ อเมริกา ในลีกเม็กซิโกแบบตกลงกันทั้งสองฝ่าย หลังจากเขาเปิดเผยว่าลูกๆ ของตนตกเป็นเหยื่อของการเหยียดเชื้อชาติ
เซนต์-แม็กซิมิน ลาออกจากสโมสรหลังลูกถูกรังเกียจเชื้อชาติ
ก่อนหน้านี้ เซนต์-แม็กซิมิน ได้โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอินสตาแกรม เพื่อระบายความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ครอบครัวของเขาถูกโจมตี “ปัญหาไม่ใช่สีผิวของคุณ แต่เป็นสีของความคิดของคุณ” นักเตะชาวฝรั่งเศสผู้นี้เขียนไว้อย่างเด็ดขาด
“ผมถูกโจมตี ไม่เป็นไร ผมโตมาแบบนั้น ผมเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับการโจมตี… แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด คือลูกๆ ของผมถูกกลั่นแกล้ง” เขาย้ำชัดเจน การปกป้องลูกๆ คือสิ่งสำคัญสูงสุด และเขาจะ “ต่อสู้เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับความเคารพและความรัก ไม่ว่าจะมีพื้นเพหรือสีผิวอย่างไร”
“ความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติไม่มีที่ยืนในสังคมของเรา” เซนต์-แม็กซิมิน ปิดท้ายข้อความด้วยคำประกาศที่หนักแน่น ข่าวนี้สะท้อนปัญหาการเหยียดเชื้อชาติที่ยังคงรุนแรงในวงการฟุตบอลและสังคมทั่วโลก
เส้นทางลูกหนังของเซนต์-แม็กซิมิน ก่อนเซนต์-แม็กซิมิน ลาออกจากสโมสรหลังลูกถูกรังเกียจเชื้อชาติ
อัลลัน เซนต์-แม็กซิมิน เริ่มแจ้งเกิดกับสโมสรนีซในลีกเอิงฝรั่งเศส ก่อนย้ายมาร่วมทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดในปี 2021 ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ เขาเป็นที่รักของแฟนบอลด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน รวดเร็ว และมีลูกเล่นที่พลิ้วไหว หลังจากนั้น ในปี 2023 เขาย้ายไปเล่นกับอัล-อาห์ลี ในลีกซาอุดีอาระเบีย ก่อนย้ายมาฟาเหนอร์บาฮ์เช่ ในตุรกี และล่าสุดคลับ อเมริกา
- นีซ (ฝรั่งเศส): เริ่มต้นอาชีพอาชีพ
- นิวคาสเซิล (อังกฤษ): กลายเป็นดาวเด่นพรีเมียร์ลีก
- อัล-อาห์ลี (ซาอุดีอาระเบีย): ย้ายหลังจาก 2023
- ฟาเหนอร์บาฮ์เช่ (ตุรกี): ประสบการณ์ใหม่
- คลับ อเมริกา (เม็กซิโก): จุดสิ้นสุดด้วยเหตุผลครอบครัว
โค้ชของคลับ อเมริกา อังเดร จาร์ดีน ได้ชื่นชมฝีเท้าของเซนต์-แม็กซิมิน ว่าเป็นนักเตะ “แฟนตาสติก” ที่ “มีศักยภาพเล่นในลีกใดก็ได้ทั่วโลก” และส่งคำอวยพรให้เขาโชคดีในอนาคต
ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติในฟุตบอล: บทเรียนจากกรณีเซนต์-แม็กซิมิน ลาออกจากสโมสรหลังลูกถูกรังเกียจเชื้อชาติ
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักฟุตบอลเผชิญการเหยียดเชื้อชาติ อย่างเช่น กรณีของวินิซิอุส จูเนียร์ ของเรอัล มาดริด ที่เคยร้องไห้กลางสนามเพราะถูกลิงอุบาทว์ หรือคีเรียน เอ็มบัปเป้ ที่ถูกโจมตีเช่นกัน มันชี้ให้เห็นว่าฟุตบอลต้องเร่งแก้ปัญหานี้ สโมสร ฟีฟ่า และลีกต่างๆ ควรมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การแบนตลอดชีวิตผู้กระทำผิด และรณรงค์ให้แฟนบอลตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลาย
เซนต์-แม็กซิมิน ถือเป็นตัวอย่างของนักเตะที่กล้าพูดกล้าแสดงออกเพื่อครอบครัวและสังคมที่เท่าเทียม การตัดสินใจลาออกของเขาไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการยืนหยัดต่อสู้ในแบบของตัวเอง ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง เราต้องการฮีโร่แบบนี้มากขึ้น
สุดท้ายแล้ว กรณี เซนต์-แม็กซิมิน ลาออกจากสโมสรหลังลูกถูกรังเกียจเชื้อชาติ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความเกลียดชังไม่มีที่ให้ในกีฬา คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? การเหยียดเชื้อชาติในฟุตบอลควรจัดการอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายความตระหนัก!
ที่มา – Saint-Maximin leaves club over racist abuse of his children





