เด แซร์บี หวังพา สเปอร์ส ทะยานขึ้นจากจุดต่ำสุด
ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่สถานการณ์ของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ดูเลวร้ายถึงขีดสุด โรแบร์โต เด แซร์บี กุนซือคนเก่งได้ถามลูกทีมของเขาด้วยความสงสัยว่า “เรายอมแพ้กันไปแล้วหรือ?” บรรยากาศหลังจากความพ่ายแพ้ต่อ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ในเกมแรกที่เขารับตำแหน่งนั้นเต็มไปด้วยความหดหู่ นักเตะหลายคนนอนหมดสภาพและร้องไห้อยู่ในห้องแต่งตัว แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ เด แซร์บี จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เด แซร์บี หวังพา สเปอร์ส ทะยานขึ้นจากจุดต่ำสุด ของความล้มเหลวในช่วงปีที่ผ่านมา
เด แซร์บี หวังพา สเปอร์ส ทะยานขึ้นจากจุดต่ำสุด ด้วยทัศนคติใหม่
สี่เดือนผ่านไป ภาพที่เห็นนั้นแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในทัวร์ปรีซีซั่นที่ซิดนีย์ บรรยากาศภายในทีมเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสดใส นักเตะที่เซ็นสัญญาเข้ามาใหม่มูลค่ารวมกว่า 237 ล้านปอนด์ ไม่ว่าจะเป็น ซานโดร โตนาลี, มาเทอุส แฟร์นานเดส หรือ แยน พอล ฟาน เฮคเคอ ต่างก็ปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว เด แซร์บี เชื่อมั่นว่าถึงเวลาแล้วที่ สเปอร์ส ต้องสร้างทีมระดับท็อปขึ้นมาใหม่ เพราะศักยภาพของสโมสรนั้นสูงกว่าอันดับที่เคยเผชิญ
ความดุดันในตลาดซื้อขายของกุนซือฉายาฉลาม
หากถามถึงวิธีการทำงานในตลาดนักเตะ เด แซร์บี นิยามตัวเองว่า “ในตลาดซื้อขาย ผมกลายเป็นเหมือนฉลาม” เขาไม่ได้เพียงแค่รอให้ทีมงานจัดการ แต่เขาลุยเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเจรจากับพ่อแม่ของนักเตะไปจนถึงการส่งข้อความโน้มน้าวใจนักเตะเป้าหมายโดยตรง ความมุ่งมั่นนี้เองที่ทำให้เขาสามารถคว้าตัวผู้เล่นระดับหัวกะทิเข้าสู่ทีมได้สำเร็จ และแม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์เรื่องการใช้เงิน แต่เขายืนยันว่าการสร้างทีมที่แข็งแกร่งต้องอาศัยการลงทุนที่ชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบ เด แซร์บี หวังพา สเปอร์ส ทะยานขึ้นจากจุดต่ำสุด ด้วยการรื้อระบบความคิดของทุกคนให้กลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงที่สเปอร์สไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสนาม แต่รวมถึงระบบหลังบ้าน ทั้งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคและฝ่ายประสิทธิภาพที่ดึงตัวมาจากทีมระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บที่เคยรบกวนทีมตลอดฤดูกาลก่อน กุนซือชาวอิตาเลียนรายนี้ยังเน้นย้ำถึงเรื่องทัศนคติ โดยเขาประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมให้มีความรู้สึกเชิงลบเกิดขึ้นในสโมสร และเชื่อมั่นว่าด้วยความรัก ความเป็นเพื่อน และการดูแลเอาใจใส่ จะทำให้สเปอร์สกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าเกรงขามได้อีกครั้งในไม่ช้า
เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การปรับจูนทีมขนานใหญ่ในครั้งนี้จะทำให้ไก่เดือยทองกลับไปเฉิดฉายในเวทีระดับสูงได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ พลังงานที่ เด แซร์บี ใส่ลงไปนั้นอาจเป็นสิ่งที่แฟนบอลรอคอยมานาน
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ




