“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี เป็นข่าวดีที่สร้างความหวังให้วงการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วโลก เกาะโฟลรีอานา (Floreana) แห่งหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต่ายักษ์เคยหายไปนานแสนนาน ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่กลับมาอีกครั้ง นักวิทยาศาสตร์ใช้ความพยายามนานกว่า 20 ปีในการเพาะพันธุ์และฟื้นฟูสายพันธุ์นี้ จนสำเร็จในที่สุด

“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เต่ายักษ์จำนวน 158 ตัววัยอ่อนถูกปล่อยลงสู่เกาะโฟลรีอานา เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 180 ปี โครงการนี้ดำเนินการโดยอุทยานแห่งชาติกาลาปากอสและองค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์กาลาปากอส (GCT) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ
เต่ายักษ์ หรือ Giant tortoise มีบทบาทสำคัญในฐานะ “วิศวกรระบบนิเวศ” พวกมันช่วยกระจายเมล็ดพืช กินพืชรุกราน และปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ธรรมชาติให้สมดุล การหายไปของพวกมันทำให้เกาะเสื่อมโทรม แต่ตอนนี้พวกมันกลับมาแล้ว
สาเหตุการสูญพันธุ์ของเต่ายักษ์กาลาปากอส
สายพันธุ์ Chelonoidis niger niger บนเกาะโฟลรีอานาสูญพันธุ์ในช่วงทศวรรษ 1840 เนื่องจากนักเดินเรือจับไปเป็นเสบียงอาหารนับพันตัว การล่าแบบนี้ทำลายประชากรอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ แพะและสัตว์ต่างถิ่นที่มนุษย์นำเข้าก็รุกรานแหล่งอาหารของเต่า ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย
กระบวนการเพาะพันธุ์ย้อนกลับ (Back-breeding)
โครงการเริ่มต้นในปี 2560 หลังค้นพบเต่าที่มีเชื้อสายบรรพบุรุษบนเกาะอิซาเบลาในปี 2551 นักวิทยาศาสตร์คัดเลือกเต่าลูกผสม 23 ตัวที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงที่สุด นำไปเพาะเลี้ยงบนเกาะซานตาครูซ จนถึงปี 2568 มีลูกเต่าฟักออกมามากกว่า 600 ตัว โดยหลายร้อยตัวพร้อมปล่อยสู่ธรรมชาติ
- ค้นพบเต่าบรรพบุรุษบนภูเขาไฟวูล์ฟ เกาะอิซาเบลา
- คัดเลือกเต่า 23 ตัวที่มี DNA ใกล้เคียง
- เพาะพันธุ์ในพื้นที่ควบคุม
- ฟักไข่และเลี้ยงจนโต ปล่อย 158 ตัวแรก

ดร.เจน โจนส์ ประธาน GCT กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาตื่นเต้นที่พิสูจน์ความสำเร็จจากการร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ ชุมชนท้องถิ่น และองค์กร” ความสำเร็จนี้ไม่เพียงช่วยเกาะโฟลรีอานา แต่ยังเป็นแบบอย่างสำหรับการฟื้นฟูสายพันธุ์ทั่วโลก
หมู่เกาะกาลาปากอสเป็นแหล่งกำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน เต่ายักษ์ที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละเกาะมีลักษณะต่างกัน การนำ “เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี จึงมีความหมายทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ โครงการยังช่วยควบคุมพืชรุกรานและฟื้นฟูป่า ทำให้สัตว์อื่นๆ เช่น นกและสัตว์เลื้อยคลาน ได้ประโยชน์ตามมา ในอนาคต คาดว่าจะปล่อยเต่าเพิ่มอีกหลายพันตัว
ข่าวดีเรื่องนี้ชวนให้คิดถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ หากเราลงมือทันที สายพันธุ์ที่สูญหายไปแล้วก็มีโอกาสกลับมาได้ ลองติดตามโครงการอนุรักษ์อื่นๆ และสนับสนุนด้วยการบริจาคหรือแบ่งปันข้อมูล เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น
ที่มา – “เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี




