หากพูดถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หลายคนอาจนึกถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือรถยนต์ไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ร่วมกัน แต่ปัจจุบันมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น นั่นคือ เทคโนโลยี REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์สำคัญของผู้ใช้รถยุคใหม่ ทั้งเรื่องระยะทาง สถานีชาร์จ และเวลาที่ต้องใช้ในการเติมพลังงาน
จุดเด่นของระบบนี้คือรถยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการหมุนล้อ ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงอัตราเร่งที่รวดเร็ว ความเงียบ และความนุ่มนวลแบบรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็มีเครื่องยนต์สันดาปทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่ได้ส่งกำลังไปหมุนล้อโดยตรง จึงช่วยให้เดินทางไกลได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
เทคโนโลยี REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า คืออะไร
REEV ย่อมาจาก Range-Extended Electric Vehicle หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบขยายระยะทาง หลักการทำงานเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะล้อรถจะหมุนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนเครื่องยนต์เบนซินจะทำหน้าที่คล้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในรถ เมื่อแบตเตอรี่มีพลังงานลดลง เครื่องยนต์จะเริ่มทำงานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์หรือส่งกลับไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่
รูปแบบดังกล่าวช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง หรือที่เรียกว่า Range Anxiety ได้เป็นอย่างดี ผู้ขับขี่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากไฟฟ้าภายนอกเมื่อมีเวลาและมีสถานีชาร์จที่สะดวก แต่หากต้องเดินทางต่อในพื้นที่ห่างไกล ก็ยังเติมน้ำมันเพื่อให้ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าและขับต่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดรอชาร์จเป็นเวลานาน
เทคโนโลยี REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แตกต่างจากไฮบริดอย่างไร
แม้รถ REEV และรถไฮบริดจะมีทั้งเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนกัน แต่การจัดวางบทบาทของแต่ละระบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน รถไฮบริดทั่วไปสามารถใช้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง และมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมในบางจังหวะ ส่วน REEV ให้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นผู้ขับเคลื่อนล้อเป็นหลัก เครื่องยนต์จึงเน้นการผลิตพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น
ความแตกต่างนี้ทำให้บุคลิกการขับขี่ของ REEV ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า ผู้ขับจะได้รับแรงบิดทันทีตั้งแต่ออกตัว การตอบสนองของคันเร่งที่ต่อเนื่อง และเสียงรบกวนที่ต่ำในช่วงใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ขณะเดียวกันยังมีความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์เข้ามาช่วยสำหรับการเดินทางระยะไกล
Golden Range-Extender หัวใจสำคัญของระบบ
สำหรับ iCAUR V27 REEV ระบบขยายระยะทางใช้ชื่อว่า Golden Range-Extender ซึ่งพัฒนาให้เครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบบริหารพลังงานทำงานสอดประสานกัน ระบบไม่ได้รอให้แบตเตอรี่หมดแล้วจึงค่อยทำงาน แต่สามารถวิเคราะห์รูปแบบการขับขี่ ความเร็ว สภาพถนน และระดับพลังงาน เพื่อเลือกวิธีใช้พลังงานให้เหมาะสม
iCAUR V27 REEV ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตรเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า โดยรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังรวมสูงสุด 335 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 455 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร ตัวเลขดังกล่าวรองรับทั้งการเร่งแซง การขับขึ้นทางลาดชัน การบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระ รวมถึงการเดินทางบนเส้นทางที่มีความท้าทาย
เดินทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร
เมื่อชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมันเต็ม iCAUR V27 REEV สามารถเดินทางได้ไกลรวมกว่า 1,000 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือวางแผนท่องเที่ยวระยะไกล เพราะไม่ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียว
ในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถชาร์จไฟที่บ้านและขับด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก เหมาะกับการเดินทางในเมือง ไปทำงาน รับส่งคนในครอบครัว หรือทำธุระใกล้บ้าน ส่วนเมื่อถึงวันที่ต้องเดินทางไกล ระบบจะใช้เครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อช่วยรักษาความต่อเนื่องในการเดินทาง ทำให้การวางแผนเส้นทางมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
5 โหมดบริหารพลังงานที่เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์
ระบบ Golden Range-Extender มีโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ เพื่อให้ผู้ขับเลือกใช้ได้เหมาะกับเส้นทางและจุดหมาย ได้แก่
- Forced EV: เน้นใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เหมาะกับการขับในเมืองหรือการเดินทางประจำวัน โดยระบบจะเรียกเครื่องยนต์มาผลิตไฟเมื่อแบตเตอรี่ลดลงถึงระดับที่กำหนด
- EV Priority: ให้ความสำคัญกับการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่สามารถเรียกเครื่องยนต์มาช่วยเมื่อจำเป็น เหมาะกับวันที่ต้องเดินทางไกลกว่าปกติ
- Hybrid Mode: ระบบจะบริหารพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงโดยอัตโนมัติ เหมาะกับการเดินทางไกลหรือการขับบนทางหลวง
- Fuel Priority: ใช้เครื่องยนต์ผลิตไฟเพื่อรักษาพลังงานในแบตเตอรี่ไว้ใช้ภายหลัง เช่น เมื่อต้องการขับในพื้นที่ธรรมชาติหรือจุดหมายที่ต้องการความเงียบ
- Forced Charging: สั่งให้เครื่องยนต์ผลิตไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณ 80% เหมาะกับการเตรียมพลังงานก่อนเข้าสู่เส้นทางภูเขา โคลน ทราย หรือเส้นทางออฟโรด
เหมาะกับใครและมีจุดเด่นอะไรบ้าง
เทคโนโลยี REEV เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ผู้ที่อยู่คอนโดมิเนียมและอาจเข้าถึงจุดชาร์จได้ไม่สะดวก รวมถึงคนที่เดินทางต่างจังหวัดเป็นประจำ จะได้ประโยชน์จากระบบนี้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ รถ REEV ยังเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรถคันเดียวสำหรับใช้งานทั้งในเมืองและออกทริป เพราะสามารถใช้ไฟฟ้าเพื่อลดการใช้น้ำมันในชีวิตประจำวัน และใช้เชื้อเพลิงเป็นพลังงานสำรองเมื่อออกเดินทางไกล ระบบ V2L ยังช่วยจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6 กิโลวัตต์ รองรับการใช้งานในกิจกรรมแคมปิง เช่น ไฟส่องสว่าง เตาไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ หรือโปรเจกเตอร์
อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ น้ำหนักของระบบแบตเตอรี่ และรูปแบบการใช้งานจริงควบคู่กันไป หากมีจุดชาร์จที่บ้านและใช้รถในเมืองเป็นหลัก การชาร์จไฟสม่ำเสมอจะช่วยให้ใช้ประโยชน์จากระบบไฟฟ้าได้เต็มที่ ส่วนผู้ที่เดินทางไกลบ่อยควรศึกษาความจุถังน้ำมัน ระยะทางตามสภาพการใช้งานจริง และเครือข่ายบริการหลังการขาย
บทสรุปของเทคโนโลยี REEV
เทคโนโลยี REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นทางเลือกที่พยายามรวมข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าและความสะดวกของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไว้ด้วยกัน ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความเงียบและแรงบิดทันใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็สามารถเติมน้ำมันเพื่อผลิตไฟและเดินทางต่อได้เมื่อสถานีชาร์จไม่เพียงพอ
สำหรับ iCAUR V27 REEV จุดเด่นอยู่ที่ระบบ Golden Range-Extender โหมดบริหารพลังงาน 5 รูปแบบ และระยะทางรวมกว่า 1,000 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC หากกำลังมองหารถพลังงานใหม่ที่ใช้งานในเมืองได้สะดวกและพร้อมรองรับการเดินทางไกล REEV ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และควรติดตามราคา รวมถึงรายละเอียดการเปิดตัวในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็นส่วนตัวคือ REEV อาจเป็นสะพานสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้รถเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ใครที่กังวลเรื่องระยะทาง แต่ยังอยากสัมผัสความสบายของรถไฟฟ้า ควรทดลองเปรียบเทียบระบบนี้กับรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดก่อนตัดสินใจ เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การเดินทางของตัวเองมากที่สุด
ที่มา – เจาะเทคโนโลยี REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เติมน้ำมันผลิตไฟ วิ่งไกลกว่า 1,000 กม.






