เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก

เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้ปกป้องโลก

เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุด นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกมาแถลงข่าวปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ว่า อิสราเอลเป็นฝ่ายลากสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าทั้งสองชาติกำลังร่วมมือกันปกป้องมนุษยชาติจากภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก

ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เนทันยาฮูได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่อิหร่านนั้น มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องความมั่นคงของโลกทั้งใบ ไม่ใช่การยั่วยุหรือลากใครเข้าสู่ความขัดแย้ง เขาย้ำชัดว่าอิสราเอลไม่ได้บังคับให้สหรัฐฯ เข้าร่วม แต่ทั้งสองฝ่ายมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการหยุดยั้งโปรแกรมนิวเคลียร์ของเตหะราน

เนทันยาฮูอ้างว่าการโจมตีครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปมากกว่า 80% ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือฐานผลิตขีปนาวุธข้ามทวีป แม้จะยังไม่มีหลักฐานภาพถ่ายหรือข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่คำกล่าวอ้างนี้ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล

ผลกระทบจากการโจมตีอิหร่าน

  • ทำลายโรงงานนิวเคลียร์หลัก ทำให้อิหร่านไม่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในระยะสั้น
  • กำจัดคลังขีปนาวุธกว่า 500 ลูก ลดภัยคุกคามต่ออิสราเอลและชาติพันธมิตร
  • สร้างโอกาสให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล โดยเนทันยาฮูเชื่อว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

“เรากำลังชนะ และอิหร่านกำลังถูกทำลายย่อยยับ” เนทันยาฮูกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ โดยเน้นว่าปฏิบัติการนี้ป้องกันไม่ให้อิหร่านฝังฐานนิวเคลียร์ลึกลงดิน ซึ่งจะทำให้ยากต่อการโจมตีทางอากาศในอนาคต

ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างเนทันยาฮูและทรัมป์

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการประสานงานระหว่างเนทันยาฮูกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งทั้งคู่มีความเห็นพ้องต้องกันทุกประการ เนทันยาฮูปฏิเสธข่าวลือว่าเป็น “ข่าวปลอม” และหัวเราะเยาะข้อกล่าวหาว่าใครจะมาสั่งทรัมป์ได้ “ผมไม่คิดว่าจะมีผู้นำคู่ไหนที่ประสานงานกันได้ดีขนาดนี้” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าทรัมป์ตัดสินใจด้วยตัวเอง

พื้นหลังของความขัดแย้งนี้ย้อนไปถึงหลายปี โดยอิหร่านถูกกล่าวหาว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ลับๆ ซึ่งขัดต่อข้อตกลง JCPOA ที่ทรัมป์เคยถอนตัว อิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม存亡ต่อการอยู่รอดของชาติ โดยเฉพาะหลังจากเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายครั้ง

มุมมองผู้เชี่ยวชาญและผลกระทบต่อโลก

นักวิเคราะห์การทหารหลายคนเห็นด้วยว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยน โดยลดโอกาสที่อิหร่านจะครอบครองนิวเคลียร์ได้ในทศวรรษหน้า อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเรื่องการตอบโต้จากกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูติในเยเมนหรือเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค

  • ผลดี: เสริมความมั่นคงตะวันออกกลาง ลดราคาน้ำมันโลก
  • ผลเสีย: เสี่ยงสงครามใหญ่ กระทบเศรษฐกิจโลก
  • โอกาส: สนับสนุนประชาธิปไตยในอิหร่าน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทูตที่เข้มแข็งควบคู่กับกำลังทหาร อิสราเอลและสหรัฐฯ กำลังปกป้องไม่เพียงแต่ตัวเอง แต่เป็นการยืนหยัดเพื่อเสรีภาพของโลกทั้งใบ หากอิหร่านประสบความสำเร็จ ชาติอื่นๆ จะตามมา สร้างยุคมืดใหม่

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: