“เอกนิติ” พร้อมเดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วันรู้ผล โดยย้ำหลักโปร่งใสเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทย นี่คือข่าวสำคัญที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการเศรษฐกิจและการเมืองไทย วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของโครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge ซึ่งเป็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งทางบกจากฝั่งอ่าวไทยไปยังทะเลอันดามัน
“เอกนิติ” พร้อมเดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วันรู้ผล
หลังจากที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แต่งตั้งนายเอกนิติเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้ การดำเนินงานจะมุ่งสร้างความชัดเจนให้สังคม โดยเฉพาะในมิติเศรษฐกิจภาพรวม เพราะสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาการขนส่งทางทะเลที่ติดขัด คณะกรรมการจะใช้กรอบเวลาเพียง 90 วันในการศึกษาอย่างเข้มข้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ จะไม่เริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่จะนำผลการศึกษาจากหน่วยงานเดิม เช่น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ มาอัปเดตให้ทันสมัย โดยเพิ่มปัจจัยใหม่ๆ เช่น ผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) สงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาช่องแคบซุเอซและปานามาที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุด
ทำไม “เอกนิติ” ถึงเน้นหลักโปร่งใสในการศึกษา “แลนด์บริดจ์”
นายเอกนิติย้ำชัดว่า การศึกษาครั้งนี้จะครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และความพึงพอใจของชุมชนในพื้นที่ เพราะโครงการแลนด์บริดจ์เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกที่ชุมพรและสงขลา ทางรถไฟความเร็วสูงยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อให้ไทยเป็นแลนด์บริดจ์ของเอเชีย สร้างรายได้มหาศาลจากการขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว
- ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: ลดเวลาขนส่งจาก 10-15 วันเหลือ 1-2 วัน สร้าง GDP เพิ่มหลายแสนล้านบาท
- ด้านภูมิรัฐศาสตร์: ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ทำให้ไทยเป็นฮับสำคัญท่ามกลางความตึงเครียดจีน-สหรัฐ
- สิ่งแวดล้อมและสังคม: ศึกษาผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นและระบบนิเวศอย่างรอบคอบ
- การลงทุน: ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจีนที่เคยเสนอลงทุน
ในฐานะที่สภาพัฒน์ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ นายเอกนิติมั่นใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อให้ผลศึกษานำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของคนไทยทุกคน “ผมยืนยันว่าจะทำดีที่สุดในฐานะคนไทยคนหนึ่ง” เขากล่าว
โอกาสและความท้าทายของโครงการแลนด์บริดจ์ในยุคใหม่
โครงการนี้เคยถูกพูดถึงมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนๆ แต่ถูกหยุดชะงักเพราะข้อกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ชาติ ปัจจุบัน ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป เช่น การ blockade ช่องแคบต่างๆ ทำให้แลนด์บริดจ์กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้น หากศึกษาอย่างครบถ้วน โครงการนี้จะช่วยยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าของอาเซียน ลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง 30-40% และสร้างงานนับล้านตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความเสี่ยง เช่น การแข่งขันกับโครงการอื่นในภูมิภาค และการจัดการหนี้สินจากการลงทุนขนาดใหญ่ นายเอกนิติและทีมจะนำข้อมูลจริงมาประเมิน เพื่อให้การตัดสินใจถูกต้อง
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการ “เอกนิติ” พร้อมเดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วันรู้ผล นี้คือก้าวสำคัญที่ไทยไม่ควรมองข้าม หากทำด้วยความโปร่งใส จะเป็นมรดกทางเศรษฐกิจให้รุ่นหลัง คุณคิดอย่างไรกับโครงการนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ที่มา – “เอกนิติ” พร้อมเดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์” 90 วันรู้ผล ย้ำหลักโปร่งใสเพื่อประโยชน์สูงสุดคนไทย


