ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่กำลังรุนแรงขึ้นทั่วโลก “เอกนิติ” รับจำเป็นปล่อย “ราคาน้ำมันดีเซล” ลอยตัว ทะลุ 33 บาทแน่ เพื่อให้สอดคล้องกับกลไกตลาดโลก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 โดยยอมรับว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ไม่มีใครคาดคิด ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนหนักหน่วง
“เอกนิติ” รับจำเป็นปล่อย “ราคาน้ำมันดีเซล” ลอยตัว ทะลุ 33 บาทแน่
นายเอกนิติ อธิบายว่าหลังเกิดวิกฤต รัฐบาลได้นำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน แต่ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คาดไว้ เพราะไม่เพียงน้ำมันดิบที่ราคาพุ่งสูง แต่ยังมีวิกฤตพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมีมาซ้ำเติม จากการพูดคุยกับรัฐมนตรีคลังของหลายประเทศ ก็เห็นตรงกันว่าวิกฤตครั้งนี้จะยืดเยื้อ
ปัญหาหลักคือเมื่อประชาชนทราบว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้น ก็เกิดการกักตุน ทำให้ความต้องการน้ำมันดีเซลพุ่งสูงเกินกำลังการกลั่นของประเทศ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการสองประการหลัก คือ 1) ป้องกันการขาดแคลนน้ำมัน และ 2) ดูแลไม่ให้ราคาขยับเร็วเกินไป โดยใช้กองทุนน้ำมันช่วยเหลือ
เหตุผลหลักที่ต้องปล่อยราคาน้ำมันดีเซลลอยตัว
นายเอกนิติ ยืนยันชัดเจนว่า “เอกนิติ” รับจำเป็นปล่อย “ราคาน้ำมันดีเซล” ลอยตัว ทะลุ 33 บาทแน่ เพราะหากฝืนตรึงราคาต่อไป จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนรุนแรงขึ้น ไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถฝืนกลไกตลาดได้นาน จากประสบการณ์วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนครั้งก่อน ก็เห็นแล้วว่าการตรึงราคานำไปสู่หายนะ
- วิกฤตซ้อนวิกฤต: สงครามตะวันออกกลางกระทบน้ำมัน ก๊าซ และเคมีภัณฑ์ทั้งหมด
- พฤติกรรมผู้บริโภค: การกักตุนทำให้อุปทานไม่พอ
- กลไกตลาดโลก: ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุเพดาน ต้องปรับตาม ไม่ใช่ตระบัดสัตย์แต่ยอมรับความจริง
เป้าหมายคือชะลอผลกระทบ โดยปล่อยราคาลอยตัวแต่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อยหรือเกษตรกร ผ่านมาตรการ补贴จากกองทุน เพื่อให้ทุกภาคส่วนปรับตัวร่วมกัน
สถานการณ์นี้คล้ายกับมาเลเซียที่ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ราว 33 บาท หากไทยฝืนต่อ อาจนำไปสู่การขาดแคลนหนัก รัฐบาลจึงเลือกทางสายกลาง คือ บริหารจัดการให้สมดุลระหว่างอุปสงค์-อุปทาน และปกป้องประชาชนจากผลกระทบรุนแรงที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนพลังงานทางเลือก เช่น รถยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมการประหยัดพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าในระยะยาว ผู้ประกอบการขนส่งและธุรกิจที่ใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมาก ควรเตรียมตัวปรับกลยุทธ์ เช่น ลดต้นทุนโลจิสติกส์หรือหันมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสให้ไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพลังงานให้ยั่งยืนมากขึ้น หากเราร่วมมือกันปรับตัว ผลกระทบจะไม่รุนแรงเกินไป สุดท้ายแล้ว การยอมรับกลไกตลาดคือทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุด
คุณคิดอย่างไรกับการปล่อยราคาน้ำมันดีเซลลอยตัว? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดเพื่อวางแผนการใช้จ่ายให้ดี!
ที่มา – “เอกนิติ” รับจำเป็นปล่อย “ราคาน้ำมันดีเซล” ลอยตัว ทะลุ 33 บาทแน่


