ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความท้าทาย รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย โครงการ “คนละครึ่งพลัส” คือหนึ่งในนโยบายหลักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยล่าสุด “เอกนิติ” แจงยิบเงื่อนไข-สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้ 29 ต.ค. ปรับอายุเป็น 16 ปี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น เรามาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
“เอกนิติ” แจงยิบเงื่อนไข-สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้ 29 ต.ค. ปรับอายุเป็น 16 ปี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงรายละเอียดของโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิม เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เร็วและใหญ่ โดยใช้หลัก Quick Big Win โครงการนี้จะช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน 20 ล้านคน และกระตุ้นการหมุนเวียนเงินในร้านค้าขนาดเล็ก
หลักการของคนละครึ่งพลัสคือ รัฐบาลสมทบเงินให้ประชาชน 50% ของยอดซื้อ สูงสุดวันละ 200 บาท ต่างจากเดิมที่เป็น 150 บาท ทำให้ประชาชนใช้จ่ายได้มากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ นอกจากนี้ ยังปรับเงื่อนไขอายุผู้รับสิทธิ์ให้เริ่มตั้งแต่ 16 ปี (จากเดิม 18 ปี) เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงสิทธิได้กว้างขึ้น โดยใช้เงินงบประมาณ 44,000 ล้านบาท ที่มีอยู่แล้ว ไม่เพิ่มภาระใหม่
สิทธิประโยชน์หลักในโครงการคนละครึ่งพลัส
สำหรับสิทธิผู้รับ “เอกนิติ” แจงยิบเงื่อนไข-สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้ 29 ต.ค. ปรับอายุเป็น 16 ปี โดยผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับสมทบ 60% หรือ 2,400 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้ไม่อยู่ในระบบได้ 2,000 บาท เพื่อส่งเสริมวินัยการเสียภาษี นอกจากนี้ ยังมีส่วนเพิ่มพิเศษอย่างการฝึกทักษะขายของออนไลน์ให้พ่อค้าแม่ขายรายย่อย ช่วยขยายตลาดและสร้างรายได้ยั่งยืน
ร้านค้าที่เข้าร่วมต้องเป็นร้านขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร ของใช้ necessity บริการนวดสปา ทำผม หรือขนส่งสาธารณะอย่างแท็กซี่ ไม่รวมร้านใหญ่ของบริษัทมหาชน เพื่อให้เงินช่วยเหลือตกถึงฐานรากจริงๆ ผู้ประกอบการ SME เล็กๆ ที่อยู่ในระบบภาษีก็สามารถลงทะเบียนได้
ไทม์ไลน์และวิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส
โครงการนี้เริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 โดยมีกำหนดการดังนี้
- 15 ตุลาคม 2568: เปิดลงทะเบียนร้านค้า ผ่านระบบเดิมของคนละครึ่ง ร้านใหม่สามารถสมัครได้ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม บริการทั่วไป และขนส่งสาธารณะ
- 20-26 ตุลาคม 2568: ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ 20 ล้านคน ผ่านแอป “เป๋าตัง” ผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้วสามารถยืนยันสิทธิ์ได้ทันที
- 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568: เริ่มใช้จ่ายได้ สามารถสะสมสิทธิ์หากใช้ไม่หมดวันละ 200 บาท
สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13.4 ล้านคน จะได้รับการเติมเงินในบัตร 2,000 บาท โดยรัฐเติมเพิ่มจาก 300 บาทเดิมเป็น 2,000 บาท ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิ์ได้
ข้อกังวลเรื่องภาษีและการเข้าถึง
นายเอกนิติ ย้ำว่ารัฐบาลจะไม่มีการเก็บภาษีย้อนหลังสำหรับผู้เข้าร่วม แต่จะให้ความรู้เรื่องการทำบัญชีง่ายๆ เพื่อส่งเสริมให้เข้าสู่ระบบภาษี ซึ่งจะช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ นอกจากนี้ ยังประสานธนาคารให้ปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ทำบัญชีถูกต้อง ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนระยะยาว
โครงการคนละครึ่งพลัสไม่ใช่แค่มอบเงินชั่วคราว แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยผสานกับนโยบายอื่นๆ เช่น การออมเงินจากสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จะกันเงินส่วนหนึ่งเป็นกองทุนเกษียณ ถอนได้ตอนอายุ 55 ปี หรือใช้เป็นหลักประกันกู้เงินฉุกเฉิน ช่วยให้คนไทยมีวินัยการเงินมากขึ้น ต่างจากหวยเกษียณทั่วไป
ในท้ายที่สุด โครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจไทย หากคุณเป็นผู้รับสิทธิ์หรือร้านค้า อย่าลืมเตรียมตัวลงทะเบียนให้ทัน หากใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นและเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดี ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันนะ
ที่มา – “เอกนิติ” แจงยิบเงื่อนไข-สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้ 29 ต.ค. ปรับอายุเป็น 16 ปี


